รีวิวคอนโด ASHTON Asoke – Rama9 (แอชตัน อโศก-พระราม 9)

คอนโด Super Luxury ASHTON ASOKE-Rama9
ประเภทที่อยู่:คอนโด
สถานที่ตั้ง: ถนนอโศก – ดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะอาคาร:ALPHA 1 อาคาร 46 ชั้น รวม 353 ยูนิต ห้องเพื่อการพาณิชย์ 4 ยูนิต
OMEGA 1 อาคาร 50 ชั้น รวม 240 ยูนิต ห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ 2 ยูนิต
จำนวนยูนิต:593 ยูนิต
ขนาดที่ดิน:3 – 3 – 77 ไร่
รูปแบบที่พักอาศัย:1 bedroom 31.5- 49.50ตร.ม.
1 bedroom plus 40.5 – 56 ตร.ม.
2 Bedroom 58 – 114 ตร.ม.
Penthouse 120 – 175.5 ตร.ม.
จำนวนที่จอดรถ:396 คัน
เฟอร์นิเจอร์:Partly Fitted
พื้นที่:N/A
ราคาเริ่มต้น:6,990,000 บาท
ราคาสูงสุด:N/A
ราคาเฉลี่ย / ตร.ม.:240,000 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวก:• ALPHA
– Lobby Lounge
– Swimming pool
– Fitness
– Scenic Sauna
– Sky social club
– Bike simulator
– Boxing studio
– Functional training studio
• OMEGA
– Lobby Lounge
– Swimming pool
– Fitness
– Yoga Studio
– Steam room
– Massage room
– Co-working space
– Co-kitchen
– Theatre

สร้างเสร็จประมาณ:2020
เว็ปไซต์:www.ananda.co.th/register/ashton-asoke-rama9
เจ้าของโครงการ:บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
โทร: 02-316-2222

เงื่อนไขการเป็นเจ้าของ

จอง:จอง: 1 Bedroom 150,000 บาท | 2 Bedrooms 300,000บาท | Penthouse 500,000 บาท
ทำสัญญา:
เงินดาวน์:
ค่ากองทุน:1000 บาท
ค่าส่วนกลาง:85 บาท / ตร.ม.

Video Presentation

พิกัดที่ตั้งโครงการ 13.747788, 100.548325

Zone :พระราม 9
รถไฟฟ้าใกล้เคียง:MRT สายสีน้ำเงิน สถานีพระราม9
จุดขึ้นลงทางด่วน :พระราม 9
สถานที่ใกล้เคียง :ฟอร์จูนทาวน์, Central Plaza Rama9, G Tower, เดอะไนน์ ทาวเวอร์ THE NINTH TOWER, , Esplanade, BigC และThe street, MRT พระราม9 กับ Airport Link มักกะสัน

ทำเลและการเดินทาง

ทำเลที่ตั้ง

ที่ตั้งของ Ashton Asoke – Rama 9 จะอยู่ตรงบริเวณตรงหัวมุมสี่แยกอโศก – พระราม9 พอดี ตรงนั้นจะเรียกว่า New CBD ของกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นแหล่งธุรกิจใหม่ในกรุงเทพฯ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถือว่าทำเลตรงอโศก – พระราม 9 ไม่ธรรมดาเมื่อเปรียบเทียบกับทำเลอื่นๆในกรุงเทพฯ แหล่งเศรษฐกิจใหม่ตรง

แยกพระราม 9 มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่าง Central Plaza Grand Rama 9 และฟอร์จูน โครงการแกรนด์ อโศก – พระราม 9  (G Land) ถ้าดูจากภาพนี้จะเห็นได้ชัดว่า ASHTON Asoke – Rama 9 จะสวยเด่นพอๆกับตึก Super Tower ที่กำลังจะก่อสร้าง และจะเป็นตึกที่สูงที่สุดในอนาคต

แหล่งธุรกิจหลักๆจะมีอยู่ 3 โซน

ถ้าดูจากภาพนี้จะแสดงให้เห็นว่ากรุงเทพชั้นในที่เป็นแหล่งธุรกิจหลักๆ จะมีอยู่ 3 โซน โดยแบ่งเป็นโซนสาทร สีลม สยาม ประตูน้ำ สุขุมวิทตอนต้น โซนถัดมาจะเป็นช่วงอโศก สุขุมวิทตอนกลาง พระราม4  เพชรบุรี และโซนสุดท้ายจะเป็นช่วงพระราม9 รัชดาภิเษก ลงมาถึงอโศก – สุขุมวิท ภาพนี้จะแบ่งเป็น 3 โซนเฉพาะกรุงเทพฯชั้นในเท่านั้น (เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพทำเลตรง New CBD (อโศก – พระราม 9 ) ให้สังเกตตรงวงกลมสีฟ้า)

ทั้ง 3 โซนที่กล่าวมานั้นจะอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ แต่ละโซนก็จะมีความสำคัญในแง่เป็นแหล่งธุรกิจหลักสำคัญในกรุงเทพฯ เรามาจะมาดูโซนอโศก – พระราม 9 ที่เป็น New CBD ของกรุงเทพฯ ด้วยความเจริญทางด้านเศษฐกิจในประเทศ ทำให้เมืองอย่างกรุงเทพมีการขยายตัวออกเป็นวงกว้าง จากแต่ก่อนจะคิดถึงถนนสาทรเป็นถนนที่สำคัญทางธุรกิจเพราะมีอาคารออฟฟิศสูงๆตลอดแถวถนน แต่ ณ ปัจจุบันความเจริญที่เข้ามาในประเทศหลายปัจจัย ทำให้กรุงเทพฯมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว อย่างเช่นระบบขนส่งที่มีการพัฒนารถไฟฟ้าให้วิ่งมากขึ้นทั่วกรุงเทพฯ จาก 2 สาย พัฒนามากขึ้นเป็น 10 สาย ทำให้การพัฒนาที่ดินในแต่ละที่มีการขยับตัว และมีทางลงทุนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

จุดเด่นของทำเลโครงการ ASHTOM ASOKE – RAMA9

  • แยกอโศก – พระราม 9 กลายเป็น New CBD เพราะมีความเจริญอย่างอาคารสำนักงานต่างๆที่เกิดขึ้นตรงบริเวณนั้น อย่างเช่นกลุ่มแกรนด์ พระราม 9 (G Land) ห้างยักษ์ใหญ่อย่าง Central, SET ตลาดหลักทรัพย์, Super Tower อาคารที่จะมีความสุงที่สุดในอาเซียน สูงถึง 615 เมตร จำนวน 125 ชั้น และอื่นๆมากมายตรงบริเวณแยกอโศก – พระราม 9
  • เรื่องระบบขนส่งก็มีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ที่ลอดผ่าน, Airport Link ที่ห่างจากแยกอโศก – พระราม 9 เพียงประมาณ 600 เมตร ทางขึ้น – ลง ทางพิเศษ (ทางด่วน)
  • อโศก – พระราม 9 เป็นถนนสำคัญเส้นนึงในกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อมาจากกรุงเทพ (เหนือ) อย่างถนนรัชดาภิเษก – ตัดเพชรบุรี – ผ่านอโศก – ตัดสุขุมวิท – ตัดพระราม 4 – เชื่อมต่อไปยังพระราม 3 – ฝั่งธนบุรี
  • อโศก – พระราม 9 อยู่ในกรุงเทพชั้นในที่สะดวกต่อการเดินทางไปยังตามจุดสำคัญต่างๆในกรุงเทพ เพราะด้วยอยู่ใจกลางเมืองดังนั้นจะเดินทางไปไหนก็ใช้เวลาไม่นาน ไม่ว่าจะไปกรุงเทพฯตะวันตกอย่างสยาม หรือกรุงเทพฯตะวันออกอย่างทองหล่อ ก็สะดวกรวดเร็ว
  • ความสมบูรณ์ของความเป็นศูนย์กลางคมนาคมบริเวณทำเลนี้ที่มีถนนใหญ่ถึง 4 เลน มี Interchange เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีส้ม กับสายสีน้ำเงิน ทำให้ศักยภาพของทำเลตรงนี้เป็นหนึ่งในทำเลทองของกรุงเทพมหานคร

การเดินทางเข้า – ออก โครงการ

  • มาจากถนนรัชดาภิเษกวิ่งมาจากฝั่งขาเข้า ขับมาถึงสี่แยกพระราม 9 เลี้ยวขวา แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ
  • มาจากอโศกฝั่งขาออก ขับตรงตามทางจนมาถึงสี่แยกพระราม 9 เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ
  • มาจากถนนพระราม 9 ฝั่งขาเข้า ขับตาทางจนมาถึงสราแยกพระราม 9 ขับตรงข้ามสี่แยกพระราม 9 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ
  • มาจากถนนดินแดงฝั่งขาออกมุ่งหน้าพระราม 9 ขับมาถึงสี่แยกพระราม 9 ให้ขับตรงข้ามแยกไปก่อน แล้วไปกลับรถที่แยก อสมท วนรถกลับมาสี่แยกพระราม 9 ขับตรงข้ามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ

การเดินทางไปยังโครงการจะเริ่มจากถนนสุขุมวิทเข้าอโศกและมุ่งหน้าไปสู่โครงการ ASHTON Asoke – Rama 9 ตอนนี้อยู่บนถนนอโศก เพียงขับตรงตามทางไปเรื่อยก็จะถึงที่ตั้งโครงการที้อยู่บริเวณสี่แยกอโศก – พระราม 9 ไปชมการเดินทางจริงๆกันเลยครับ

จากถนนอโศกขับตรงตามทางมาจนถึงสี่แยกเพชรบุรีตัดใหม่ ให้ขับตรงข้ามแยกไปก่อนนะครับ

พอข้ามแยกมาแล้วตอนนี้จะอยู่บนถนนอโศก – ดินแดง ให้ขับตรงเช่นกัน จุดสังเกตอีกจุดคือด้านหน้าจะมีจุดขึ้น-ลงทางด่วน พอผ่านทางด่วนให้เตรียมตัวชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าโครงการ

พอเราลอดใต้ทางด่วนมาแล้วให้ชิดซ้าย พอข้ามสะพานข้ามคลองโครงการ ASHTON Asoke – Rama9 จะอยู่ซ้ายมือตรงหัวมุมสี่แยกอโศก – พระราม 9 พอดี

ซ้ายมือที่เห็นคือที่ตั้งโครงการ Ashton Asoke – Rama9 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้เลย

แยกอโศก – พระราม 9 สถานี MRT ที่อยู่ใกล้สุดจะเป็น MRT สถานีพระราม 9 ตั้งอยู่บนทิศเหนือจากแยกพระราม9 และยังตั้งอยู่ในทำเลแหล่งธุรกิจ, อาคารสำนักงาน, ห้างสรรพสินค้ามากมาย โดยทางออกจะมีอยู่ 3 ทางออกด้วยกัน

เดินทางด้วย MRT

ถ้าเดินทางด้วย MRT รถไฟฟ้าใต้ดิน ออกทางออกที่ 1  ทางออกที่ 1 : เมื่อเราขึ้นมาแล้วจะเจอกับศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์, อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 2,โรงแรมแกรนด์เมอร์เครียว จะอยู่ใกล้กันทั้งหมด และบริเวณนี้ยังมีป้ายรถประจำทางให้บริเวณอยู่ ถ้าเดินถัดไปทางทิศเหนือจะเป็นสถานทูตจีน

พอขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดินให้เดินไปทางสี่แยกอโศก – พระราม 9 ฝั่งตรงข้ามจะเป็น Central Plaza Rama 9

สำหรับรถไฟฟ้าใต้ดินสามารถออกทางออกที่ 2 ก็ได้นะครับ แต่ทางออกที่ 2 จะอยู่อีกฝั่งซึ่งจะต้องข้ามถนนถึง 2 ต่อ แต่ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน

พอเดินมาถึงสี่แยกอโศก – พระราม 9 จะสามารถมองเห็นที่ตั้งของโครงการ ASHTON ASOKE – RAMA9

Sales Gallery

ด้านการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า Airport Link

แยกอโศก – พระราม 9 จะอยู่ใกล้กับ Airport Link สถานีมักกะสันมากที่สุด ซึ่งมีระยะทางอยู่ห่างจาก Airport Link ประมาณ 600 เมตร และสถานีมักกะสันยังมีทางเชื่อมไปยังรถไฟฟ้า MRT สถานีเพชรบุรี 166 เมตร เท่านั้น โดยมีทางเชื่อมไปยังทางออกที่ 1 ของรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเพชรบุรี ได้เลย

สถานี Airport Link สถานีมักกะสัน ตั้งอยู่ติดกับถนนอโศก-ดินแดง และอยู่ระหว่างรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 และสถานีเพชรบุรี แต่จะอยู่ค่อนข้างมาทางเพชรบุรีมากกว่า สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณแยกอโศก – พระราม 9 เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้าจาก MRT สาถนีพระพราม 9 มาลงที่ MRT สถานีเพชรบุรี แล้วเดินเพียง 166 เมตร ก็จะถึงสถานี Airport Link สถานีมักกะสันแล้ว

รายละเอียด Airport Link สถานีมักกะสัน

สถานีมักกะสัน เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเป็นสถานีต้นทางของรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สาย Express Line ซึ่งวิ่งตรงจากมักกะสันสู่สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยไม่แวะสถานีอื่น มีระยะทาง ประมาณ 25.7 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที (ต่างจากรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สาย City Line ที่แวะจอดรายทางจากสถานีพญาไท – สถานีสุวรรณภูมิ)

สถานีแห่งนี้เป็นสถานีเดียว ที่มีจอแสดงผลข้อมูลเที่ยวบินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิติดตั้งอยู่ และเป็นสถานีที่ผู้โดยสารสามารถมาเช็คอินและโหลดกระเป๋าได้เลย พร้อมที่จอดรถรองรับรถยนต์ได้ 300 คัน, เพื่อความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร

จาก Airport Link สถานีมักกะสัน มองไปทางทิศใต้เราจะเห็นแยกอโศก-เพชรบุรี ซึ่งเราจะเห็นรถไฟฟ้า MRT สถานีเพชรบุรี โดยมีทางออกที่ 1 และทางออกที่ 3 ในบริเวณนี้ยังมีสถานีรถไฟมักกะสันให้บริการอีกด้วย

Airport Link สถานีมักกะสันเป็นสถานีที่อยู่ใจกลางเมืองมากที่สุด เพียง 5 สถานี ถึงสุวรรณภูมิ และยังเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าได้ดินอีกด้วย

ทางด่วน  ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) และทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2)

ผังโครงการ

วิเคราะห์ผังโครงการ

สำหรับ ASHTON ASOKE – RAMA9 จะตั้งอยู่ตรงหัวมุมแยกอโศก- พระราม 9 ด้วยความเด่นของตัวอาคารที่ออกแบบมาได้อย่างล้ำสมัยและไม่เหมือนใครทำให้อาคารที่พักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมแห่งนี้เป็นที่จับตามอง ด้วยความแปลกของตัวอาคารทำให้ Floor Plan ที่ออกแบบมานั้นมีความพิเศษอย่างมากเพราะห้องพักอาศัยแต่ละยูนิตจะเป็น Unit Conner ทั้งหทมด ทางโครงการได้ออกแบบมาให้ทุกยูนิตเป็นห้องมุม และรับวิวจากภายนอกได้โดยไม่มีอะไรบังสายตา

จากการทำการบ้านอย่างหนักของทางอนันดา ที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยของลูกบ้าน Layout ของทุกยูนิตจึงมีความแปลก ชั้นแรกจะเป็นชั้นส่วนกลางของโครงการทั้ง 2 อาคาร Lobby จะอยู่ด้านหน้า ที่จอดรถจะเป็น Auto Parking ทั้งหมด ที่พักอาศัยอาคาร Omega จะเริ่มตั้งแต่ 12A อาคาร Alpha จะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 10 พื้นที่สีเขียวของที่นี่จะมีขนาดประมาณกว่า 1 ไร่ ซึ่งถือว่าใหญ่พอสมควรกับที่ดินที่หายาก และอยู่ตรงหัวมุมแยกใหญ่อย่างพระราม 9

ถ้าดูจากส่วนกลางแล้วอาคาร omega (ซ้ายมือ) ชั้นล่างสุดจะดูน้อยกว่า แต่การที่น้อยนี้ก็จะได้ความเป็นส่วนตัว อาคาร Omega จะมี Retail อยู่ทั้งสิ้น 2 ยูนิต ส่วนอาคาร Alpha มีอยู่ 4 ยูนิต ซึ่ง 1 ในนั้นจะเป็น DEAN & DELUCA ที่เป็นแบบ flagship เทียบเท่ากับสาขาตรงสาทร (ตึกมหานคร) ภาพรวมของ Master Plan นี้ทางเข้าออกจะอยู่ติดกับถนนพระราม 9 (ทิศเหนือ) อาคาร Omega จะอยู่ซ้ายมือหันหน้าไปทางทิศเหนือ อาคาร Alpha จะอยู่ขวามือหันไปทางทิศเหนือเช่นกัน ทิศแต่ละทิศของโครงการนี้ ทิศเหนือหันไปทางถนนรัดชาภิเษก ทิศใต้หันไปทางอโศก – สุขุมวิท ทิศตะวันออกหันไปทางพระราม 9 – เอกมัย และทิศตะวันตกจะหันไปทางดินแดง

Co – working space

Facilities ส่วนอื่นๆทางโครงการจะยกไปไว้ด้านบน อาคาร omega จะอยั้ชั้น 41 และ42 ชั้น 41 จะเป็นสระว่ายน้ำมีความยาวประมาณ 18 เมตร ห้องฟิตเนส ห้อง Steam และห้อง Yoga ชั้นที่ 42 จะมี Co – working space, Message room, C0-kitchen และ Cinema room

Cinema room

Bike Simulator

Alpha

อาคาร Alpha จะอยู่บนชั้น 40 และ41 ชั้น 40 จะเป็นสระว่ายน้ำที่มีความยาวประมาณ 20 เมตร, ห้องฟิตเนส และห้องซาวน่า ส่วนชั้นที่ 41 ทางโครงการจะจัดเตรียมห้อง Boxing, Bike Simulator, Social Club และ Function Training room เมื่อทราบแล้วว่าทั้ง 2 อาคารมีส่วนกลางที่ไม่เหมือนกันในบางอย่างแต่ลูกบ้านสามารถใช้ส่วนกลางได้ทั้งหมดท้ง 2 อาคารครับ

Floor Plan 10 11 12 12A

Omega 10 – 12 จะเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ (Auto Parking)

Omega 12A ที่พักอาศัยจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนี้จำนวนยูนิตมีอยู่ 9 ยูนิต สำหรับชั้นนี้จะมี Garden อยู่ทางทิศใต้ด้วยนะครับ Floor Plan ที่นี่ออกแบบมาให้มี Atrium เพราะด้วยให้ลูกบ้านมีความเป็นส่วนตัวเพราะบางยูนิตจะเป็น Single Corridor และเรื่องของการถ่ายเทของลมภายในอาคาร

Alpha 10 ที่พักอาศัยจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนี้ มีจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 13 ยูนิต ห้องแบบ 2 ห้องนอนจะเป็นหองมุมที่หันไปทางทิศเหนือ ซึ่งจะได้วิวรัชดาภิเษก super Tower และพระราม9 ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่จะเดป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนทั้งหมดขนาดก็จะเริ่มตั้งแต่ 36.50 – 46 ตารางเมตร สำหรับชั้นที่ 10 ของอาคาร Alpha จะมี Garden อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

Alpha 11 – 12A จำนวน 13 ยุนิตเท่าเดิมต่างตรง Garden หายไป ส่วน Units Type จะเหมือนกันนะครับ

Floor Plan 14 – 26 จะมีลักษณะที่เกือบเหมือนกัน ตำแหน่งของยุนิตแต่ละ Type จะเหมือนกัน จะแตกต่างตรงที่บางชั้นจะนำเอาบางยูนิตออกแล้วเปลี่ยนเป็น Atrium เป็นเรื่องเกี่ยวกับการหนุมเวียนอากาศภายในตึกเพียงเท่านั้น ทำให้บางชั้นจะมีบางยูนิตหายไป ซึ่งจะมีเพียงแค่ 3 ชั้นนั่นก็คือชั้นที่ 14, 18 และ19

Unit plan ห้องแบบ 1 ห้องนอน

Unit plan แบบนี้จะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนซึ่งจะมีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 32 .50 – 40 ตารางเมตร ฟังก์ชั่นของแบบนี้คือหน้าแคบแต่ลึก ด้านหน้าสุดจะเป็นห้องน้ำ และครัว ถัดเข้าไปตรงกลางจะเป็น Living Area เพื่อการถ่ายเทที่ภายในห้อง Living Area จึงเชื่อมต่อออกไปยังระเบียงของห้องได้ ส่วนห้องนอนจะถูกแยกออกไปไว้ด้านข้างเพื่อให้เป็นสัดเป็นส่วน

***(Alpha and Omega) รูปแบบนี้ Layout แบบนี้ทั้ง 2 อาคารจะมีความเหมือนคล้ายๆกันนะครับ

Unit Plan Type C ขนาด 42.50 -46 ตารางเมตร

Unit Plan ถัดมา จะเป็น Type C ขนาด 42.50 -46 ตารางเมตร ห้องแบบนี้จะมีทั้งอาคาร Alpha และ Omega ตำแหน่งของห้องนี้จะอยู่ในมุมที่ดีและติดกับห้องแบบ 2 ห้องนอนซึ่งจะมี Layout ที่แตกต่างจากแบบที่แล้วตรงความกว้างของห้องที่มีหน้ากว้างกว่า มีขนาดที่ใหญ่กว่าจนสามารถมีห้องทำงานเพิ่มขึ้นอีกห้อง (มีห้องตัวอย่างจริงให้ชม)

Unit plan ห้องแบบ 2 ห้องนอน

(มีเฉพาะAlpha) แบบต่อมาจะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 66 –  68.50 ตารางเมตร Type E1 (ด้านบน) จะมีห้องตัวอย่างจริงให้ชมด้านล่างนะครับ ฟังก์ชั่นห้องคือจะเน้นให้ส่วน Living Area อยู่ด้านในสุดเพื่อจะหันไปทางทิศเหนือเพื่อรับวิวทางรัชดาภิเษก และ Super Tower เพราะแบบนีเจะอยู่บนอาคาร Alpha หันไปทางเนือ และตะวันออก มากกว่านั้นห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะอยู่ด้านข้างติดกันทำให้ดูแล้วมีความเป็นส่วนตัวเหมาะกับการพักผ่อน

Type E2 ขนาด 66 ตารางเมตร

ส่วน Type E2 ขนาด 66 ตารางเมตร เป็นห้องที่มีเฉพาะอาคาร Alpha เช่นกันแต่จะแตกต่างตรงทิศห้องแบบนี้จะได้วิวเมือง อโศก – สุขุมวทแบบเต็มๆ และสามารถได้วิว Super Tower ได้ด้วยเช่นกัน ฟังก์ชั่นของแบบนี้ก้ยังเน้นส่วน Living Area เหมือนกัน แต่จะต่างตรงส่วนของห้องนอนที่ห้อง Master จะเข้าออกตรงบริเวณ Living Area และทรงของห้องก็จะต่างกัน

(มีเฉพาะ Omega) ส่วนห้องแบบ 1 – 2 ห้องนอนนี้จะมีอยู่บนอาคาร Omega ทางทิศเหนือ และตะวันออกทิศใต้

ห้อง C3 แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 43 ตารางเมตร

C3 แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 43 ตารางเมตร ดห้องนี้จะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอาคาร Omega ฟังก์ชั่นของห้องนี้ตจะแยกส่วน Living กับห้องนอนไว้คนละฝั่งอย่างชัดเจน แล้วเอาห้องน้ำมาไว้ตรงตำแหน่งตรงกลาง สำหรับห้องนี้จะได้ 2 อารมณ์ในการอยุ่อาศัยด้วยการแยกส่วนออกไปคนละด้าน และLayout ที่ออกแบบมามีมุมการเลี้ยวของห้องทำให้รู้สึกแปลกไม่เหมือนกับห้องธรรมดาทั่วไป ทำให้ได้อารมณ์ในการอยู่อาศัยากขึ้น

ห้อง D1 แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 61 ตารางเมตร

D1 แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 61 ตารางเมตร ห้องนี้จะเป็นห้องมุมสุดของอาคาร Omega หันไปทางทิศเหนือ และตะวันตก เหมือนกับห้องอื่นๆคือเน้นส่วน Living area ให้หันออกไปรับวิวด้านนอกแบบ 180 องศา ห้อง Master จะอยู่ด้านหลังถัดลงมา และมีขนาดห้องที่ใหญ่กว้าง มีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนเล็กจะได้วิวทางทิศตะวันตกวิวไปทางดินแดง ห้องน้ำเป็นแบบ Double Access เข้าออกได้ 2 ทางถือว่าก็เป็นส่วนตัวกว่าห้องที่ไม่ได้เป็นแบบ Double Access เดี๋ยวไปชมห้องตัวอย่างจริงๆกันเลยครับ

Zoom โชว์รูม

Sale Gallery

มาชม Sale Gallery กันจริงๆ บ้างครับ ที่นี่หน้าตาภายนอกถ้าใครขับผ่านไปผ่านมาบริเวณแยกอโศก – พระราม 9 จะสามารถพบกับผลงานที่เห็นแล้วจะแปลกตา มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ด้วยความเป็น Ashton จึงสามารถถ่ายทอดบรรยากาศออกมาเป็นงานที่ Craft และกลายเป็นคอนโดมิเนียมที่มีความสูงถึง 2 อาคารภายใต้ชื่อ The Alpha & Omega ที่แปลว่า The Frist and The Last ที่แสดงถึงที่ดินแปลงสุดท้ายตรงบริเวณแยกอโศก – พระราม 9 เดี๋ยวเข้าไปชมภายใน Sale Gallery กันครับ

ภายใน Sale Gallery พอเดินเข้าไปภายในจะรู้สึกถึงความ Art เหมือนเป็นสถานที่แสดงผลงานศิลปะ เพราะอุปกรณ์ตกแต่งภายในนี้จะเป็นสิ่งที่มีที่มาที่ไป และมีความหมายเกือบทุกตารางเมตร

โมเดล Ashton Asoke – Rama 9

มาเริ่มต้นด้วยโมเดลของคอนโดมิเนียม Ashton Asoke – Rama 9 จะเป็นคอนโดสูง 2 อาคาร โดยอาคารซ้ายมือชื่อ Alpha สูง 46 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัย 353 ยูนิต Retail 4 ยูนิต  และขวามือชื่อ Omega สูง 50 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัย 240 ยูนิต Retail 2 ยูนิต

ที่ตั้งโครงการจะตุ้งอยู่ตรงหัวมุมแยกอโศก – พระราม 9 พอดี ทางเข้า ออก โครงการจะอยู่ติดถนนอโศก – ดินแดง

มุมนี้มองไปยังสวนส่วนกลางที่อยู่ตรงบริเวณตรงกลางระหว่างทั้ง 2 อาคาร

ซูมเข้ามาชมภาพจำลองของ Lobby

ZOOM เข้ามาชมภาพจำลองของ Lobby

Facilities

พื้นที่ส่วนกลางจะไว้ด้านบนทั้ง 2 อาคาร ภาพนี้จะเป็นของอาคาร Omega ที่จะอยู่ชั้น 41 และ42 ซึ่งส่วนกลางของโครงการนี้ทั้ง 2 อาคารจะไม่เหมือนกันโดยเค้าจะแยกความหนักเบาออกจากกัน ซึ่งอาคาร Omega จะเน้นกีฬาที่เบากว่าเป็นห้องสบายๆพักผ่อนอย่างเช่น Message Room, Cinema และอื่นๆ

ส่วน Alpha จะอยู่ชั้น 40 และ41 อาคารนี้จะเน้นเป็นห้องกีฬาที่หนักหน่วงกว่าอาคาร Omega อาทิเช่น Boxing, Bike Simulator

บนชั้นที่ 41 อาคารนี้จะเป็นห้องซาวน่า ถ้าอาคาร Omega จะเป็นห้อง Steam ซึ่งจะสามารถเห็นความแตกต่างของ Facilities ทั้ง 2 อาคาร แต่ลูกบ้านสามารถใช้ส่วนกลางตรงนี้ได้ทั้ง 2 อาคาร

ภาพมุมสูงของทั้ง 2 อาคาร เหนือจาก Facilities จะเป็นห้องชุดแบบ Penthouse

มุมนี้จะมองจาก Facilities ชั้น41 ของอาคาร Omega ไปยังอาคาร Alpha

นี่จะเป็นภาพของ Sky Lounge

คอนโด Super Luxury ASHTON ASOKE-Rama9

รูปแบบอาคาร ASHTON Asoke – Rama9 ถ้าสร้างเสร็จคงจะเป็นอีกจุดที่มีความโดดเด่นบนสี่แยกอโศก – พระราม 9

ภายใน Sale Gallery ตกแต่งออกมาได้เหมือนเรากำลังเดินอยู่ในสถานที่แสดงศิลปะ ดดยเค้าจะนำวัสดุที่ใช้ภายในห้องมาโชว์เป้นตัวอย่างบริเวณทางเดินจากห้องตัวอย่างแรกไปยังห้องตัวอย่างที่ 2 และที่ 3

ตัวอย่างหินต่างๆ

มีหินจริงให้ดุ และสัมผัส พร้อมมีรายละเอียดอธิบายต่างๆ

ทางเดินระหว่างห้องตัวอย่างไปห้องตัวอย่าง

ทางเดินภายใน Sale Gallery

พาชมห้องตัวอย่าง

ห้องตัวอย่างแรกเป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 38 ตารางเมตร ห้องที่นี่จะได้เป็นแบบ Fully Fitted ซึ่งจะได้ชุดครัวที่มาพร้อมกับ Hood ยี่ห้อ kuppersbusch  Top ครัว Synthetic Stone สี Galaxy Gray ส่วนหน้าบานชุดครัว Thermo laminate สีคาราเมล เป็นหน้าบานแบบไม่มีขอบรอยต่อ ความสูงภายในห้อง Floor to Ceiling 2.8 เมตร ห้องน้ำจะอยู่ที่ 2.5 เมตร

เปิดประตูเข้ามาภายในห้องชุดครัวจะถูกวางเป็นแนวยาวอยู่ฝั่งขวา ส่วนด้านหน้านี้ซ้ายมือจะมีตู้สำหรับเก็บของเก็บรองเท้า

ตู้เย็นจะวางถัดไปจากชุดครัว

ตรงข้ามชุดครัวอย่างที่บอกโครงการจะเตรียมตู้เก็บของ Built – in เรียบไปกับผนัง

เดินเข้ามาถึงส่วนพักผ่อน สิ่งแรกที่วางถัดมาจากส่วนครัวก็จะเป็นโต๊ะรับประทานอาหาร

มองทะลุเข้าด้านในจะเป็นส่วน Living area

มุมย้อนไปทางเข้าห้อง ครัวที่ได้จะมีทั้งตู้ล่าง และบน

ห้องตัวอย่างนี้เอาโต๊ะเป็นทรงกลม และเก้าอี้ 2 ตัว แต่ถ้าอยู่อาศัยจริงๆ ยังสามารถวางโต๊ะที่มีขนาดที่ใหญ่ได้มากกว่านี้ ส่วนเก้าอี้ 4 ตัวก็สามารถวางได้สบายๆ

Living Area

เข้ามาถึงภายในสุดของห้องจะเป็น Living Area สังเกตดีๆหน้าต่างที่นี่จะเป็นกระจกบานใหญ่เข้ามุมห้องประมาณ 45 องศา ทำให้ห้องโปร่งโล่งสบายตาจากแสงภายนอก ชุดโซฟาที่โชว์อยู่ในห้องตัวอย่างจะเป็นโซฟายาวตั้งขวางแนวนอน ห้องชุดที่นี่ทางโครงการจะเตรียมม้านไว้ให้

มุมนี้จะมองเข้าไปภายในห้องนอน ขวามือที่เห็นจะเป็นหน้าต่างกระจกเวลานั่งดูทีวีก็สามารถชมวิวด้านนอกได้ในเวลาเดียว

หน้าต่างจะเป็นกระจกบานใหญ่ที่สูงจากพื้นถึงเพดานเข้ามุมรับวิวจากภายนอก

มุมย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า

ระยะการนั่งดูทีวีจากโซฟา

เข้ามาภายในห้องนอนตำแหน่งเตียงจะถูกวางในกลางห้อง ห้องน้ำจะอยู่ภายในห้องนอนนี้ ถ้ามองจากมุมนี้ตู้เสื้อผ้าจะถูกวางเข้าตรงมุมห้องบริเวณด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ

พื้นที่ภายในห้องนอนจะไม่ใหญ่มากพอวางเฟอร์นิเจอร์ครบทุกส่วนตาม Layout ที่โครงการออกแบบมาจะเหลือพื้นที่การเดินอยู่พอดีกับการเดิน

ห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำ ขอบอกว่าห้องน้ำที่นี่สวยมาก หินอ่อนที่ปูในห้องน้ำคือ Leonardo Grey

Shower Box ที่ได้จะเป็นกระจกใส

อ่างล้างหน้า KASCH  Synthetic Stone

เตาไฟฟ้าสำหรับห้องนี้จะเป็น 2 หัว

ห้องตัวอย่างที่ 2 เป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 46.50 ตารางเมตร

มาต่อกันที่ห้องตัวอย่างห้องที่ 2

วัสดุอุปกรณ์ต่างๆก็จะเหมือนกับห้องก่อนนหน้านี้ ความสูงภายในหองก็เช่นกัน แต่ฟังก์ชั่นภายในห้องจะแตกต่าง เดี๋ยวเข้าไปชมภายในกันเลยครับ เปิดประตูเข้ามาขวาหน้าสุดจะมีตู้สำหรับเก็บรองเท้า ถัดเข้าไปขวามือเช่นกันจะเป็นตำแหน่งที่วางชุดครัว

มองทะลุเข้าไปด้านในสุด ซึ่งจะเห็นหน้าต่างที่เป็นกระจกบานขนาดใหญ่ ทำให้ภายในห้องดูสว่างโล่งสบายตา

ส่วนครัว

ชุดครัวที่ได้จะมีทั้งตู้บน และตู้ล่าง ผนังติดกระจกกันเปื้องสีเข้ม Top เป็นหิน Synthetic Stone สี Galaxy Gray ส่วนหน้าบานชุดครัว Thermo laminate สีคาราเมล และ Hood Hob ส่วนตำแหน่งของการวางตู้เย็นจะอยู่ถัดจากชุดครัวอย่างที่เห็นภายในภาพนี้ครับ

พื้นที่ส่วนพักอาศัยจะปูเป็นไม้ และครัวเป็นกระเบื้อง เพื่อแยกส่วนการใช้งานได้ง่ายขึ้น

ส่วน Living Area จะอยู่ด้านในสุดที่มีกระจกบานใหญ่เข้ามุม สวยมากครับมุมนี้

ชุดโซฟาวางตรงตำแหน่งมุมในสุดติดหน้าต่าง ส่วนโต๊ะรับประทานอาหารจะอยู่ตรงกลางระหว่าง Living Area กับครัว

กระจกบานใหญ่

มุมย้อนกลับไปทางเข้าห้อง

ถัดจากห้องนั่งเล่นมาชมห้องที่ทางโครงการเอามากั้นเป็นห้องทำงานกันครับ ส่วนห้องซ้ายมือที่เห็นจะเป็นห้องน้ำที่สามารถเข้า ออกได้ 2 ทาง คือสามารถเข้าจากด้านนอก และเข้าจากห้องนอน (Double Access)

มุมนี้ยืนอยู่บริเวณห้องทำงานมองเข้าไปยังห้องน้ำ

เข้ามาชมภายในห้องน้ำส่วนเปียกจะถูกกั้นด้วยกระจกใส่รอบทิศ ทำให้ห้องน้ำดูโล่ง และที่สำคัญสามารถเห็นลายหินที่ปูอยู่ภายในห้องน้ำ

อย่างที่กล่าวไว้ห้องน้ำห้องนี้เป็นแบบ Double Access ที่สามารถเข้า ออกได้ 2 ทาง

ห้องนอน

เข้ามาถึงภายในห้องนอน เตียงสามารถวางขนาด 5 ฟุตครึ่งได้อย่างสบายๆ ตำแหน่งของเตียงจะวางเกือบเข้ามุมห้องติดกับหน้าต่างกระจก เนื่องจากวางในตำแหน่งนี้ จะเห็นได้ว่าตู้เสื้อผ้าจะสามารถทำเป็นรูปตัว L เข้ามุมได้ และจะมีพื้นที่ใส่สื้อผ้าได้เยอะขึ้นอีกด้วย

ระเบียงห้องจะเข้าออกจากห้องนอนนะครับ

มุมนี้จะมองย้อนกลับไปทางเข้าห้องนอน และสามารถเห็นทางเข้าห้องน้ำจากห้องนอนเช่นกัน

มุมที่เห็นจะเป็นมุมเวลาเดินออกมาจากห้องนอนมองไปยังส่วนครัว

จบห้องนี้กันแล้ว เดี๋ยวไปชมห้องถัดไปจะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน

ห้องตัวอย่างห้องที่ 3

ห้องตัวอย่างสุดท้ายจะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 68.50 ตารางเมตร ห้อง Type นี้จะมีอยู่บนอาคาร Alpha มุมอาคารที่หันไปทาง Super Tower ซึ่งห้องมุมนี้จะสามารถรับวิวถนนรัชดาภิเษก และมองไปยังถนนพระราม 9 และแอบเห้นวิวทางด่วนนิดหน่อย

พอเดินเข้ามาภายในห้องด้านหน้าสุดจะเป็นทางเดินคล้าย Corridor พอเข้ามาแล้วจะต้องเดินผ่านห้องนอนทั้ง 2 ห้อง แล้วถึงไปเจอส่วน Living ที่อยู่ด้านในสุด

ห้องนอนที่ 1 วางเตียงขนาด 3.5 ฟุตกำลังพอดี

ห้องนอนนี้มีระเบียงส่วนตัว ปลายเตียงจะเป็นตำแหน่งที่ Built in ตู้เสื้อผ้า พื้นที่การเดินบริเวณปลายเตียงยังมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะเดินผ่านไปผ่านมาได้สบาย

ห้องนอนแรกที่ชมไปนั้นจะไม่มีห้องน้ำในตัว จะต้องออกมาใช้ห้องน้ำด้านนอกนะครับ

ภายในห้องน้ำที่ 1 หิน และอุปกรณ์ต่างๆจะเหมือนกับ 2 ห้องที่แล้ว

มุมล้างมือล้างหน้า

ออกมาจากห้องน้ำไปชมห้องนอน Master กันต่อ

Master Bedroom

ห้องนอนใหญ่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าห้องที่แล้ว และหน้าต่างในห้องนี้จะเป็นกระจกทั้งหมด แต่จะไม่มีระเบียงภายในห้องนะครับ เตียงก็วางขนาดที่ใหญ่ได้ถึงประมาณ 6 ฟุตเลยทีเดียวแต่ก็อาจจะดูเบียดๆหน่อย แต่ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะครับ

ที่ติดตั้งทีวีที่อยู่บริเวปลายเตียง

ด้านข้างเตียงที่ติดกับหน้าต่างยังมีพื้นที่เหลือสำหรับไว้เดิน และมีพื้นที่สามารถวางโต๊ะเล็กๆไว้วางของได้

ส่วนตู้เสื้อผ้ถูกออกแบบมาให้เป็นบานกระจกใส สามารถเห็นด้านในตู้ได้ นอกเหนือจากนั้นการทำตู้แบนี้จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย

เข้ามาถึงภายในห้องน้ำ Master สิ่งที่พิเศษของห้องนี้คือจะมีอ่างอาบน้ำไว้ให้

ส่วนแห้งจะโดยกั้นด้วยกระจกใส และด้านในสุดจะเป็นอ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์วางตรงข้ามกับอ่างล้างมือ

อ่างอาบน้ำจะวางไว้ด้านในสุดติดกับกระจก

ส่วนครัว

ออกมาด้านนอกกันต่อ ก่อนจะถึงส่วน Living Area จะเจอส่วนครัวก่อนครัวห้องนี้ดูจะเล็กไปนิดนึงถ้าเทือบกันขนาดของห้องนอน แต่ข้อดีอีกอย่างคือไม่เปลืองพื้นที่ไป เพราะเวลาทำครัวคงไม่ได้ใช้พื้นที่เยอะแยะขนาดนั้น

เตาไฟฟ้าสำหรับห้องนี้จะได้เป็น 4 หัว

Living Area

เข้ามาถึงจุดสำคัญของห้องนี้คือส่วน Living Area ที่ถูกวางให้หันออกไปยังด้านนอกโดยผ่านหน้าต่างที่เป็นกระจกบานใหญ่เข้ามุมห้องเอาไว้ ซึ่งห้องแบบนี้จะอยู่ที่อาคาร Alpha ตำแหน่งห้องจะหันไปทางทิศเหนือและตะวันออก ทำให้ห้องนี้รับวิว Super Tower ไปเต็มๆ

ด้านหลังโซฟายังสามารถวางโต๊ะทำงานขนาดไม่เล็กมากได้อีกชุด

มองย้อนกลับไปทางเข้าห้อง

พื้นที่นั่งเล่นของห้องแบบนี้จะวางโซฟาขนาดใหญ่ตัว L ไว้กลางห้อง

สรุป by Homezoomer

หมายเหตุ

* ข้อมูล และภาพถ่ายต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยทางเราไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า.

CUBE Nawamin-คอนโด_G08
รีวิวคอนโดสุขุมวิท
THE ESSE SUKHUMVIT36 คอนโดหรูติดรถไฟฟ้า