Elio Del Moss Phahon Yothin 34 (เอลลิโอ เดลมอสส์ พหลโยธิน 34)

Elio Del Moss Phahon Yothin 34
ประเภทที่อยู่:คอนโดมิเนียม
สถานที่ตั้ง:ซอยพหลโยธิน 34 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
ลักษณะอาคาร:อาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น 7 อาคาร (A, B, C, D, F, G, H)
อาคารจอดรถพร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 7 ชั้น 1 อาคาร ( E )
จำนวนยูนิต:รวมทั้งหมด 1,524 ยูนิต (รวม Shop 2 ยูนิต)
ขนาดที่ดิน:13-02-48.4 ไร่
รูปแบบที่พักอาศัย:Studio: 24.50 ตร.ม.
1 Bedroom: 30.50 ตร.ม.
1 Bedroom Plus: 34.50 – 43.50 ตร.ม.
2 Bedrooms: 43.50 – 46.50 ตร.ม.
จำนวนที่จอดรถ:574 คัน คิดเป็น 37% (ไม่รวมซ้อนคัน)
เฟอร์นิเจอร์:Fully Furnished
พื้นที่:24.50 – 46.50 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น:1,690,000 บาท
ราคาสูงสุด: 3,400,000 บาท
ราคาเฉลี่ย / ตร.ม.:70,000 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวก:Lobby, Mailbox, Rock Climbing Fitness, shower with locker room, Sauna (m) and Stream (w), Co-Working space, Co-Studying Area, Laundry room, Access Card Control, CCTV, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.
สร้างเสร็จประมาณ:ประมาณเดือน พฤษภาคม 2562
เว็ปไซต์:www.ananda.co.th
เจ้าของโครงการ:บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย เสนานิคม จำกัด
โทร:02 316 2222

เงื่อนไขการเป็นเจ้าของ

จอง: 20,000 / 30,000
ทำสัญญา:4% ของราคาห้องพักอาศัย
เงินดาวน์: 3% (12 งวด)
ค่ากองทุน:500 บาท / ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง:50 บาท / ตร.ม.

พิกัดที่ตั้งโครงการ 13.838660, 100.582651

Zone :พหลโยธิน
รถไฟฟ้าใกล้เคียง:รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีเสนานิคม (อนาคต) 1.2 กม.
จุดขึ้นลงทางด่วน :ทางยกระดับอุตราภิมุข และ ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์)
สถานที่ใกล้เคียง :เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, โรงเรียนหอวัง, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยจันทรเกษม, กรมพัฒนาที่ดิน, ธนาคารเพื่อการเกษตร, กรมป่าไม้, โรงพยาบาลเมโย, โรงพยาบาลวิภาวดี

ทำเลและการเดินทาง

Elio Del Moss Phahon Yothin 34 (เอลลิโอ เดลมอสส์ พหลโยธิน 34)  โครงการคอนโด Low Rise บนทำเลที่น่าจับตามอง เพราะตัวโครงการนั้นใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ที่สถานีเสนานิคม (อนาคต)

ตัวโครงการนั้นตั้งอยู่ติดกับถนนซอยพหลโยธิน 34 แยก 11 ซอยพหลโยธิน 34 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ   หนึ่งในทำเล CBD ของกรุงเทพฯ โซนฝั่งเหนือที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้อย่างมากมาย นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถเลือกใช้ทางด่วนได้ถึง 2 เส้นทาง ทั้งทางยกระดับอุตราภิมุข และ ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์)

Elio Del Moss Phahon Yothin 34

ถ้าพูดถึงด้านศักยภาพถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าวถึงเสนานิคม ถือเป็นอีกหนึ่ง CBD ของกรุงเทพโซนฝั่งเหนือ เนื่องจากเป็นทำเลที่ตั้งของบริษัทชั้นนำไว้มากมาย เช่น สำนักใหญ่ SCB, ธนาคาร TMB, ปตท.และการบินไทย เป็นต้นนอกจากนี้ยังใกล้กับสถานศึกษาชั้นนำของประเทศ อย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และโรงเรียนหอวัง

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญก็ไล่เรียงมาตั้งแต่ เซ็นทรัลลาดพร้าว, เมเจอร์รัชโยธิน,  ยูเนี่ยนมอลล์, The JAS Wanghin, ตลาดนัดหัวมุมเกษตรนวมินทร์และตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา

ในอนาคต พื้นที่ตรงนี้ยังมียังมีการพัฒนารถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยาย ทำให้มีคนต้องการอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโซนเสนานิคม

เป็นโซนที่มีโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise มากที่สุด และขายดีที่สุด เพราะมีความอุดมสมบูรณ์รอบด้าน   ซึ่งสามารถลงทุนปล่อยเช่านักศึกษาม.เกษตรศาสตร์ได้ ด้วย yield ประมาณ 5% ต่อปีเลยทีเดียว

วันนี้ Homezoomer จะพาทุกคนไปเยี่ยมชมโครงการใหม่ล่าสุดจาก อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ในย่านพหลโยธินกันค่ะ กับโครงการ Elio Del Moss Phahon Yothin 34 เราเริ่มต้นการเดินทางกันที่ถนนรัชดาภิเษกมุ่งหน้าลาดพร้าว แถวๆ ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์

เบี่ยงซ้ายตามป้ายลาดพร้าวไปก่อนค่ะ

ขับตรงไปเพื่อลงอุโมง

เบี่ยงขวาเพื่อใช้สะพานข้ามแยก รัชดา – ลาดพร้าว

เมื่อข้ามแล้วให้เราวิ่งตรงไปก่อน

ด้านหน้าจะเป็นถนนพหลโยธิน ซึ่งบังคับเลี้ยวซ้าย ซึ่งในอนาคตเราจะสามารถเลี้ยวขวาได้ เนื่องจากตนอนนี้อยู่ในระหว่างงานก่อสร้างรถไฟฟ้าจึงบังคับเลี้ยวซ้าย

ขับตรงไปประมาณ 500 เมตร ให้ชิดขวาเราจะพบกับจุดกลับรถ

กลับรถที่บริเวณปั๊มซัสโก้ซึ่งจะอยู่ทางซ้ายมือ สังเกตไม่ยากค่ะ

ขับย้อนกลับมา 500 เมตร จะพบกับสี่แยกรัชดา – ลาดพร้าว

แยกนี้ให้เราขับตรงไป ผ่านเมเจอร์รัชโยธินไปค่ะ

แล้วเลี้ยวขวาตามป้ายวังหินไปค่ะ ซึ่งจะเข้าไปที่ ซอยพหลโยธิน 32 (ถนนเสนานิคม 1 )

เลี้ยวขวาเข้าซอยพหลโยธิน 32 หรือที่เรียกกันว่า ถนนเสนานิคม 1

ภายในซอยนี้สามารถทะลุไปยัง ลาดพร้าววังหินและถนนลาดปลาเคล้าได้อีกด้วย

บรรยากาศรายทางร่มรื่นเหมาะสำหรับเป็นโซนพักอาศัย

สำนักงานขายจะอยู่ที่เสนานิคม ซอย 18 ทางขวามือสังเกตไม่ยากค่ะ

ด้านหน้าสำนักงานขายตกแต่ง ไว้อย่างร่มรื่น

พร้อมที่จอดรถกว้างขวาง

ที่ดินของโครงการ

ตัวที่ดินของโครงการนั้น อยู่ไม่ไกลจากตัวสำนักงานขาย

เราแวะมาชมพื้นที่ตัวโครงการจริงก่อนเข้าไปชมด้านในสำนักงานขายค่ะ เริ่มต้นที่ถนนเสนานิคม 1 ซอย 11 ขับตรงไปเรื่อยๆ

วิ่งมาจนถึง 3 แยก ให้เราเลี้ยวซ้าย เข้าซอยพหลโยธิน 34

เลี้ยวซ้าย เข้าซอยพหลโยธิน 34 แยก 11

ขับตรงไปเล็กน้อย โครงการจะอยู่ทางขวามือ

ที่ดินของโครงการล้อมรั้วไว้แล้ว

พื้นที่โครงการตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับหน้าดินรอก่อสร้าง (ภาพเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 60) ซึ่งตัวโครงการจะเริ่มต้นก่อสร้าง ม.ค. 61 ค่ะ

ผังโครงการ

Ground Floor Plan : ลักษณะโครงการจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลึกเข้าไปขนานกับซอยพหลโยธิน 34 แยก 11 – 10  ส่วนทางเข้า – ออกนั้น จะติดกับถนนซอยพหลโยธิน 34 แยก 11 โดยสามารถเข้าออกจากโครงการได้เพียงทางเดียว ตัวที่ดินมีขนาดอยู่ที่  13-02-48.4  ไร่ ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้นจำนวน 7 อาคาร (A, B, C, D, F, G, H) และอาคารจอดรถพร้อมพื้นที่ส่วนกลางสูง 7 ชั้น 1 อาคาร ( E )

ด้านการวาง Layout ของอาคารนั้นจะเป็นการวางล้อมสระว่ายน้ำไว้ ให้อารมณ์และบรรยากาศสไตล์รีสอร์ท โดยแบ่งอาคารชุดพักอาศัยเป็น 2 โซน คือกลุ่มอาคาร A, B, C, D  และกลุ่มอาคาร F, G, H ทั้งสองกลุ่มจะโดนคั่นกลางด้วยอาคาร E ที่เป็นอาคารจอดรถซึ่งสามารถจอดได้ถึง 37% (ไม่รวมซ้อนคัน)   เพื่อให้ลูกบ้านของทั้ง 2 โซนมาใช้บริการได้อย่างสะดวก

Floor Plan อาคาร A, B, C, D ชั้นที่ 1 : เริ่มต้นจากอาคาร A ก่อนเลยค่ะ อาคารนี้มีลักษณะอาคารเป็นทรงตัว L โดยพื้นที่ด้านทิศตะวันตกของอาคารจะเป็นพื้นที่ของ Shop จำนวน 2 ยูนิต และ Lobby ส่วนพื้นที่ที่เหลือนั้นเป็นห้องพักอาศัยจำนวน 16 ยูนิต ห้องพักส่วนใหญ่เป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. ที่หันหน้าไปทางทิศใต้ ติดกับสระว่ายน้ำ

อาคาร B นั้นจะอยู่ตรงข้ามกันกับอาคาร A โดยชั้น 1 ของอาคาร B นั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของพื้นที่จอดรถและส่วนของห้องพักอาศัย เมื่อเข้ามาในอาคารเราจะพบกับส่วนโถงล็อบบี้ และห้องพักส่วนใหญ่เป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. เช่นกัน ซึ่งจะเป็นห้องที่หันไปทางทิศเหนือได้วิวสระว่ายน้ำ ส่วน Layout ของอาคาร C นั้นจะคล้ายกันกับอาคาร B เลยค่ะ เพียงแต่ Mirror กันเท่านั้น

อาคาร D จะมีลักษณะอาคารทรงตัว L คล้ายกันกับอาคาร A แต่ที่อาคารนี้มีทั้งพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่จอดรถ  โดยแต่ละอาคารจะมีลิฟท์โดยสารให้อาคารละ 2 ตัว พร้อมบันไดหนีไฟ อาคารละ 3 จุด

Floor Plan อาคาร A, B, C, D ชั้นที่ 2 : พื้นที่ชั้น 2 นั้นจะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด โดยห้องส่วนใหญ่ของทุกอาคารนั้นยังคงเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. ที่หันเข้าหาสระว่ายน้ำทั้งหมด รองลงมาจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตร.ม. ส่วนห้องมุมนั้นส่วนใหญ่จะถูกจัดเป็นห้อง 2 Bedrooms ขนาด 43.50 – 46.50 ตร.ม.   แต่ละอาคารจะมีลิฟท์โดยสารให้อาคารละ 2 ตัว พร้อมบันไดหนีไฟ อาคารละ 3 จุด

Floor Plan อาคาร A, B, C, D ชั้นที่ 3 – 8 : พื้นที่ชั้น 3 – 8 จะแตกต่างจากชั้น 2 ที่เพิ่มห้องขึ้นมาอาคารละ 1 – 2 ยูนิต โดยอาคาร A เพิ่มห้องพักอาศัยจำนวน 2 ยูนิตทางทิศตะวันออก 1 ยูนิต และทิศตะวันตก 1 ยูนิต โดยห้องส่วนใหญ่ของทุกอาคารนั้นยังคงเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม.

Floor Plan อาคาร E, F, G, H ชั้นที่ 1 : เริ่มจากอาคาร E ที่เป็นอาคารส่วนกลาง พื้นที่ชั้น 1 นี้ จะประกอบไปด้วย Co-Studying Area, Co-Working Space, Rock-Climbing, Fitness, Sauna, Laundry และพื้นที่จอดรถ ส่วนอาคาร F และ อาคาร G นั้น จะวาง Layout ห้องพักอาศัยแบบ Mirror กัน โดยที่ห้องพักส่วนใหญ่ยังคงเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. ที่หันหน้าเข้าสระว่ายน้ำทั้งคู่   ส่วนอาคารสุดท้ายอย่างอาคาร H นั้น จะมีลักษณะอาคารเป็นทรงตัวง U ซึ่งโอบล้อมพื้นที่สวนสีเขียวของโครงการไว้ และพื้นที่บริเวณชั้น 1 นี้จะเป็นส่วนของพื้นที่จอดรถทั้งหมด

Floor Plan อาคาร E, F, G, H ชั้นที่ 2 : อาคาร E ที่ชั้น 2 นี้จะเป็นส่วนของพื้นที่จอดรถ ส่วนด้านทิศตะวันตกนั้นเป็นส่วนของ Double Volume ของพื้นที่ส่วนกลางด้านล่างที่สูงขึ้นมาเชื่อมกับชั้น 2   ส่วนอาคาร F และ อาคาร G นั้น ยังคงมี Layout ห้องพักอาศัยแบบ Mirror กัน ส่วนอาคาร H นั้น จะเริ่มมีห้องพักอาศัยที่ชั้นนี้เป็นต้นไป โดยห้องส่วนใหญ่เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตร.ม. ซึ่งจะเป็นห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกค่ะ

Floor Plan อาคาร E, F, G, H ชั้นที่ 3 – 8 : ที่อาคาร E ตั้งแต่ชั้น 3 จนถึงชั้น 8 นั้นจะเป็นส่วนของพื้นที่จอดรถเต็มพื้นที่

ส่วนอาคาร F, G, H นั้น จะเพิ่มห้องพักอาศัยขึ้นมาอาคารละ 1 ยูนิต โดยที่อาคาร F จะเพิ่มห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. ทางทิศเหนือ   ส่วนอาคาร G นั้นจะเพิ่มห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. ทางทิศใต้ของอาคาร  และอาคาร H นั้นจะเพิ่มห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตร.ม. ทางทิศเหนือของอาคาร แต่ตัวห้องนั้นจะหันไปทางทิศใต้ ได้วิวสระว่ายน้ำและวิวสวนด้วยค่ะ   โดยรวม Layout ห้องพักอาศัย ของอาคาร F และอาคาร G ยังคงเป็นแบบ Mirror กันค่ะ

Room Layout ห้อง Studio ขนาด 24.50 ตร..: ห้องแบบนี้จะเป็น Type ขนาดเริ่มต้นของโครงการ โดยห้องนี้จะส่วนใหญ่จะถูกวางไว้รอบนอกอาคาร  วิวที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นวิวเมืองรอบๆ อาคาร หากพักอาศัยเพียงคนเดียว หรือซื้อไว้เพื่อลงทุน ห้อง Type นี้ถือว่าน่าสนใจมากค่ะ   เมื่อเราเข้ามาภายในห้องเราจะพบกับส่วนของพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับส่วนของห้องนอน ปีกขวาของห้องนั้นจะเป็นส่วนของห้องน้ำ พื้นที่ครัวและระเบียงที่ติดกันกับพื้นที่ครัวค่ะ

Room Layout ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตร..: ห้อง Type นี้ จะมีความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เพราะกั้นโซนห้องนอนด้วยผนังทึบ และกั้นส่วนครัวด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ช่วยให้ประหยัดพื้นที่มากขึ้น   และด้วยพื้นที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นนี้เองทำให้เราสามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งไว้ในพื้นที่ส่วนครัวได้สบายๆ   ห้อง Type นี้จะกระจายอยู่ในทุกทิศของโครงการ เรียกได้ว่าชอบมุมไหน วิวไหนก็สามารถเลือกห้อง Type นี้ได้เลยค่ะ   ห้องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่าแบบ Studio หากมีเพื่อนหรือแขกมาที่ห้อง ก็จะไม่เข้าไปรบกวนในส่วนของห้องนอนค่ะ

Room Layout ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร..: ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิด โดยเพิ่มห้องอเนกประสงค์มาให้อีก 1 ห้อง ลูกบ้านสามารถจัดเป็นห้องนอนเล็กสำหรับเตียงขนาด 3.5 ฟุต และตู้เสื้อผ้า 1 ใบได้อย่างสบายๆ  หรือจะจัดเป็นห้องทำงานส่วนตัวก็ได้ สำหรับสาวๆ อาจจะแต่งห้องนี้เป็นห้องแต่งตัวก็ใหญ่จุใจสาวๆ แน่นอนค่ะ   Layout ของห้องนี้จะแตกต่างจาก 2 Type แรกที่ส่วนของพื้นที่ครัว เพราะที่ห้องนี่จะเป็นครัวใน ส่วน 2 ห้องแรกนั้นจะเป็นครัวแบบแยกส่วน   หากลูกบ้านไม่ได้ทำอาหารทานเองบ่อย ห้อง Type นี้ ก็ไม่เป็นปัญหา

Room Layout ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 43.50 ตร..: ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกซึ่งจะอยู่ที่มุมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอาคาร A และมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอาคาร D ค่ะ   Layout ของห้องจะแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ เริ่มจากปีกซ้ายของห้องนั้นจะเป็นห้อง Master Bedroom มีห้องน้ำภายในตัวที่เป็นแบบ Double Access เข้าได้จากโถงกลางห้องอีกทาง   โซนกลางของห้องนั้นจะเป็นส่วนของห้องนอนเล็กและส่วนของ Pantry ครัว  และมาที่โซนสุดท้าย คือโซนปีกขวาของห้องนั้นจะเป็นส่วนของพื้นที่ระเบียง พื้นที่นั่งเล่น และสามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง ซึ่งทางเข้าออกห้องก็จะอยู่ที่โซนนี้ด้วยค่ะ เรียกได้ว่าเข้าห้องมาก็เจอพื้นที่รับแขกเป็นส่วนแรกเลย

Room Layout ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 43.50 ตร..: ห้องนี้จะแบ่งสัดส่วนของห้อง Master Bedroom และห้องนอนที่สองไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแบ่งโซนด้วยพื้นที่ครัวแบบแยกส่วน  จุดโดดเด่นของแปลนนี้ก็คือ ห้องน้ำแบบ Double Access และพื้นที่ครัวแยกส่วนที่ติดกับพื้นที่ระเบียงช่วยในเรื่องของกลิ่นขณะประกอบอาหารได้เป็นอย่างดี กั้นโซนจากพื้นที่ในห้องด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอนช่วยประหยัดพื้นที่และแส่งสว่างเข้าถึง ช่วยให้ห้องโปร่งยิ่งขึ้น ส่วนห้องนอนทั้ง Master Bedroom และห้องนอนเล็กนั้น จะติดตั้งหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ ช่วยให้ภายในห้องนอนโปร่งและอากาศถ่ายเทได้สะดวก   ห้อง Type นี้จะอยู่ที่มุมของอาคาร A และอาคาร D

Room Layout ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 46.50 ตร..: ห้องนี้เป็นห้องที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ โดยจะเป็นห้องมุมของอาคาร B, C, F, G  โดยจะหันหน้าเข้ารับวิวสระว่ายน้ำทุกยูนิต ใครที่เป็นครอบครัวใหญ่แล้วชอบวิวสระว่ายน้ำถือว่าห้อง Type นี้ตอบโจทย์มากๆ   ส่วนเรื่องของ Layout นั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คล้ายๆ กับห้อง 2 Bedrooms ขนาด 43.50 ตร.ม. เพียงแต่ห้องนี้จะสลับพื้นที่ส่วนครัวมาไว้ที่ปีกซ้ายด้านล่างของห้อง และนำพื้นที่นั่งเล่นมาไว้คั่นกลางระหว่างห้องนอนเล็กและห้อง Master Bedroom ส่วนห้องน้ำนั้นยังคงเป็นแบบ Double Access ที่สามารถเข้าได้จากห้อง Master Bedroom และโถงส่วนกลาง

Zoom โชว์รูม

เข้ามาชมบรรยากาศภายในสำนักงานขายพร้อมๆ กันค่ะ เมื่อเข้ามาภายในของ Sales Gallery แล้วเราก็สามารถสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นของธรรมชาติก่อนเลย  ด้วยการตกแต่งภายในที่เอาสีเขียวเข้ามาเล่นตามจุดต่างๆ

มาดูโมเดลจำลองโครงการกันค่ะ ว่าโครงการนี้เค้าออกแบบออกมายังไง แต่ละอาคารอยู่ทางทิศไหนกันบ้าง

เริ่มจากบริเวณทางเข้า – ออกของโครงการ จะอยู่ติดกับถนนซอยพหลโยธิน 34 แยก 11 หน้าโครงการนั้นจะมี Shop อยู่จำนวน 2 ยูนิต ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทางลูกบ้าน

โครงการ Elio del Moss นั้นจะมีทั้งหมด 8 อาคาร คือ A, B, C, D, E, F, G จากภาพเมื่อเราเข้ามาภายในโครงการ เราจะพบกับอาคาร A ก่อนเป็นอาคารแรก  ซึ่งอาคาร A จะถูกออกแบบเป็นรูปตัว L เป็นแนวยาวตั้งแต่ทางเข้าโครงการ อาคาร B จะอยู่ทางทิศใต้ซึ่งจะติดกับถนนภายในโครงการ  ถัดจาดอาคาร B ไปจะเป็นอาคาร D ที่อยู่แนวเดียวกับอาคาร B สำหรับอาคาร D นี้จะเป็นอาคารรูปตัว L เหมือกับ A และอาคาร C ที่อยู่ติดกับ A ทางทิศเหนือ ลักษณะอาคารเป็นแนวตรง ทั้ง 4 อาคารที่กล่าวมานั้นทุกอาคารห้องที่หักเข้าด้านในจะได้วิวสระว่ายน้ำทั้งหมด

คั่นโซนพักอาศัยด้วยอาคาร E ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบด้วย Rock Climbing Fitness, Shower with locker room, Sauna and Stream, Co-Working space, Co-Studying Area, Laundry room และพื้นที่สำหรับจอดรถทั้งหมด ส่วนรั้วรอบนอกโครงการนั้นจะมีความสูงอยู่ที่ 3 เมตร

ถัดมานั้นก็จะเป็นโซนอาคาร F, G, H พื้นที่บริเวณตรงกลางอาคาร H นั้นจะเป็นพื้นที่ของสวนสีเขียวขนาดค่อนข้างใหญ่ และสระว่ายน้ำที่มีดีไซน์โค้งเว้า ตัดตรงกลางยาวจนไปสุดท้ายโครงการ ให้อารมณ์ร่มรื่นสไตล์รีสอร์ท

ซูมๆ พื้นที่นั่งเล่น Outdoor บริเวณสวนที่อยู่อาคาร H เพื่อสำหรับให้ลูกบ้านได้ออกมานั่งเล่นรับลมด้านนอก

สระว่ายน้ำที่นี่มีดีไซน์โค้งเว้า ให้อารมณ์ร่มรื่นสไตล์รีสอร์ท มีทั้งหมด 2 สระ สระแรกยาว 112 เมตร อีกสระยาว 84 เมตรค่ะ

เรามาเริ่มต้นดูห้องตัวอย่างกันที่ห้องตัวอย่างแรก แบบ Studio ขนาด 24.50 ตร.ม ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการเลยค่ะ มาดูห้องตัวอย่างที่ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดีกว่าค่ะ ว่าจะน่ารัก ลงตัวทุกพื้นที่ขนาดไหน

เมื่อเดินเข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับพื้นที่ของส่วนนั่งเล่นเป็นอันดับแรก โดยซ้ายมือจะเป็นชั้นวางทีวี และขวามือจะเป็นตำแหน่งที่ตั้งชุดโซฟา ดูจากรูปนี้แล้วจะสามารถมองเห็นระยะการนั่งดูทีวี ซึ่งระยะจะได้มาตรฐานไม่ใกล้เกินหรือไกลเกิน อันนี้ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของทีวีด้วยนะคะ ว่าขนาดจะเล็กหรือใหญ่

ห้องที่ทางโครงการให้นั้นจะเป็นห้องแบบ Fully Furnished มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบ Built – in โทนสีไม้อบอุ่น เข้ากันกับสีพื้นไม้ลามิเนต

มองย้อนกลับมาที่พื้นที่นั่งเล่น ทางโครงการตกแต่งด้วยชั้นวางของเพื่อกั้นโซนระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและส่วนของห้องนอนให้เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น  พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ 1 ตัว

มุมสูงบริเวณพื้นที่ห้องนอน บริเวณนี้จะติดกับหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยให้ห้องโปร่ง และสามารถรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น

ตรงข้ามกันกับเตียงนอนทางโครงการจะ Built ตู้เสื้อผ้ากระจกสูงเต็มบาน พร้อมมุมโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ ทางซ้ายนั้นจะเป็นห้องน้ำ ตรงเข้าไปในสุดนั้นจะเป็นส่วนครัว

สุขภัณฑ์ที่ทางโครงการเลือกใช้เป็น American Standard ทุกชิ้น โดยเลือกเป็นสีขาวครีม พร้อมอ่างล้างหน้าดีไซน์เหลี่ยมให้ความรู้สึกโมเดิร์น   ภายในห้องกั้นพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ที่ติดตั้งมาให้ทุกห้องเลยค่ะ

มาต่อที่พื้นที่ส่วนครัว เคาน์เตอร์ครัวที่โครงการให้จะเป็นแบบนี้เลยค่ะ โดยจะมาพร้อม Hob 2 หัว และ Hood จาก MEX, อ่างล้างจากหนึ่งหลุม (ไม่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ)

พื้นที่ส่วนครัวจะติดกับระเบียง ช่วยในเรื่องของการระบายกลิ่นขณะประกอบอาหาร ประตูระเบียงนั้นเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน ช่วยให้เราเปิดประตูออกไปด้านนอกได้กว้างมากยิ่งขึ้น

พื้นที่ส่วนระเบียงนั้นจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม.

ระเบียงด้านนอกจะเป็นจุดไว้คอมฯ แอร์ โดยมีตระแกรงเหล็กช่วยพรางตา หากมองจากนอกอาคารเข้ามาจะช่วยให้อาคารดูสวยงามขึ้น

ระเบียงซักล้างมีการเดินท่อระบายน้ำไว้ให้ด้วย ช่วยให้ดูแลรักษาหรือทำความสะอาดบริเวณนี้ได้ง่ายขึ้น

ห้องตัวอย่างแบบที่ 2 เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตร.ม. ที่มีความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เพราะกั้นโซนห้องนอนด้วยผนังทึบ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในเราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าห้องมีความเป็นสัดส่วนสูงมาก กั้นโซนทุกอย่างไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม

เมื่อเราเข้ามาเราก็จะพบกับโซนนั่งเล่นที่กว้างขวาง สามารถวางโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่งได้อย่างสบายๆ

ทางโครงการตกแต่งด้วยโซฟาสีเทาโทนสว่าง เข้ากับสีผนังของห้องและพื้นไม้ลามิเนต

มองตรงไปที่โต๊ะวางทีวี ติดกันนั้นจะเป็นส่วนของห้องน้ำ ส่วนประตูที่เห็นทางด้านขวามือนั้นเป็นห้องนอน

เข้ามาดูภายในห้องน้ำกันก่อนค่ะ โครงการเลือกใช้สุขภัณฑ์ของ American Standard พร้อมปูผนังด้วยกระเบื้องสูงจนถึงเพดาน ช่วยให้การทำคววามสะอาดและการดูแลรักษาห้องน้ำง่ายขึ้น

อ่างล้างหน้าทรงเหลี่ยมให้อารมณ์โมเดิร์น อีกทั้งยังมีขนาดกำลังพอดีเลยค่ะ

ทุกห้องทางโครงการจะติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำไว้ให้นะคะ ดังนั้นลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องของส่วนเปียกและส่วนแห้งเลย   แถมบริเวณผนังนั้นยังเจาะเป็นช่องสำหรับวางข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องอาบน้ำไว้ให้อีกด้วย

พื้นที่ติดกันกับห้องน้ำจะเป็นส่วนของห้องนอน

เตียงที่โครงการให้นั้นจะไม่รวมฟูกนะคะ มาพร้อมดีไซน์ช่องเก็บของใต้เตียง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ลูกบ้านได้เป็นอย่างดี

ภายในห้อง Built – in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ไว้ให้เรียบร้อย

ความสูง Floor to Ceiling ของห้องอยู่ที่ 2.4 เมตร ไฟภายในห้องเป็นแบบดาวน์ไลท์ พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ภายในห้องนอน 1 ตัว และพื้นที่นั่งเล่นอีก 1 ตัว

มาต่อกันที่โซนของห้องครัวแยกส่วน ที่กั้นโซนด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน

ในพื้นที่ส่วนครัวนี้สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งได้อย่างสบายๆ เลยค่ะ และพื้นบริเวณนี้จะปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ช่วยให้ทำความสะอาดง่าย

เคาน์เตอร์ครัวที่โครงการให้นั้นจะมีลักษณะเป็นแบบนี้เลยค่ะ คือมาพร้อม Hob 2 หัว และ Hood  อ่างล้างจาน 1 หลุม พร้อมช่องวางไมโครเวฟและเครื่องซักผ้าฝาหน้า

มุมรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งเมื่อแต่งด้วยโคมไฟสวยๆ ก็ช่วยให้มุมนี้ดูโรแมนติกขึ้นได้ง่ายๆ

ประตูระเบียงนั้นก็ยังคงเป็น บานเลื่อน 3 ตอนเช่นกัน ช่วยให้ประตูเปิดกว้างได้มากยิ่งขึ้น และช่วยประหยัดพื้นที่ได้มาก

มาถึงห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายแล้ว ห้องนี้คือห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตร.ม. ที่จะขยายความสุขให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วยห้องอเนกประสงค์ 1 ห้อง

เมื่อเข้ามาถึงเราจะพบกับโซนของพื้นที่นั่งเล่น ที่เชื่อมต่อไปยังมุมรับประทานอาหาร

เมื่อมองเข้าไปทางขวามือนั้นเราจะพบกับโถงนั่งเล่นและพื้นที่ห้องนอน

เครื่องปรับอากาศที่ห้องนั่งเล่นนี้ ทางโครงการจะติดตั้งมาให้เลยค่ะ ส่วนชั้นวางทีวีที่โครงการให้นั้นก็จะมีลักษณะแบบนี้เลย

โซฟานั่งเล่น ที่ยาวไปจนถึงโต๊ะรับประทานอาหาร ทำให้สามารถนั่งได้ถึง 4 คน

ห้องที่เป็นประตูบานเลื่อนทางด้านซ้ายมือนั้นจะเป็นห้องอเนกประสงค์ ส่วนห้องทางขวามือนั้นจะเป็นห้องนอนค่ะ

บริเวณด้านหน้าของห้องนอนนั้นจะเป็นส่วนของ Pantry ครัวแบบเข้ามุม ติดกันกับห้องน้ำ

แม้ว่าจะเป็นดีไซน์แบบเข้ามุมแต่ก็ให้ฟังก์ชั่นครบครัน ทั้ง Hob และ Hood จาก MEX ช่องวางไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าฝาหน้า

อ่างล้างจาน 1 หลุมขนาดกำลังพอดี

Hob 2 หัว จาก Mex

มาชมห้องน้ำแบบจัดเต็มกันเลยค่ะ โถสุขภัณฑ์ที่โครงการเลือกใช้เป็นของ American Standard

Floor to Ceiling ของห้องน้ำจะอยู่ที่ 2.3 เมตร พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ

ฝักบัวอาบน้ำแบบ Hand Shower ผนังด้านหนึ่งเจาะช่องไว้สำหรับวางเครื่องใช้อาบน้ำ

ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องจนสุดฝ้า พร้อมติดกระจกบานใหญ่ 

เข้ามาดูภายในห้องนอนกันบ้างค่ะ

ห้องนอนจะติดกับหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ห้องไม่อับ

ภายใน Built – in ตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมกับกระจกบานใหญ่ และโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ครบเซ็ต

มาต่อกันที่ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งเราสามารถใช้เป็นห้องสำหรับทำงานได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กก็ทำได้เช่นกัน

หรือจัดเป็นห้องนอนได้ด้วย เพียงกางเตียงออกมาห้องนี้ก็กลายเป็นอีก 1 ห้องนอนเรียบร้อย

มุมทำงานที่เข้ามุมพอดีกับเตียงขนาด 3.5 ฟุตเลยค่ะ

สรุป by Homezoomer

Elio Del Moss Phahon Yothin 34 (เอลลิโอ เดลมอสส์ พหลโยธิน 34

หนึ่งในคอนโดโครงการใหม่จาก อนันดาฯ ที่เป็นโครงการ Low Rise ขนาดใหญ่ บนเนื้อที่โครงการกว่า 13-02-48.4 ไร่ ลักษณะที่ดินนั้นเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวขนานไปกับซอยพหลโยธิน 34 แยก 11 – 10  ในทำเลที่น่าจับตามองเพราะใกล้รถไฟฟ้าสายหลักอย่างสายสีเขียว ที่สถานีเสนานิคม (อนาคต)   ตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนซอยพหลโยธิน 34 แยก 11 ซอยพหลโยธิน 34 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในทำเล CBD ของกรุงเทพฯ โซนฝั่งเหนือที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้อย่างมากมาย ทั้งแหล่งงาน, สถานศึกษา และร้านค้าแหล่งอาหารที่รวมตัวกันอยู่ในย่านนี้ ทำให้ตลาดคอนโด Low Rise ในย่านนี้เป็นอีกหนึ่งย่านที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ   เพราะในระยะยาวยังมีโอกาสที่ราคาจะขยับตัวขึ้นอีกเมื่อสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสร้างเสร็จ   นอกจากเรื่องของรถไฟฟ้าแล้วการคมนาคมด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถเลือกใช้ทางด่วนได้ถึง 2 เส้นทาง ทั้งทางยกระดับอุตราภิมุข และ ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) เรียกได้ว่าอยู่ในทำเลที่สะดวกในเรื่องของการเดินทางแบบรอบด้าน

รอบๆ โครงการนั้นใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, กรมพัฒนาที่ดิน, ธนาคารเพื่อการเกษตร, กรมป่าไม้, โรงพยาบาลเมโย, โรงพยาบาลวิภาวดี   และยังใกล้สถานศึกษาอย่างโรงเรียนหอวัง, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยจันทรเกษม ยิ่งทำให้น่าสนใจลงทุนเพื่อการปล่อยเช่านักศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

 

โครงการ เอลลิโอ เดลมอสส์ พหลโยธิน 34 นั้น เป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น 7 อาคาร (A, B, C, D, F, G, H) และอาคารจอดรถ คิดเป็น 37% (ไม่รวมซ้อนคัน)  พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 7 ชั้น 1 อาคาร ( E ) รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,524 ยูนิต (เป็น Shop 2 ยูนิต) แต่ละอาคารถูกออกแบบมาให้โอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางที่เน้นความเป็นธรรมชาติ และความมีชีวิตชีวาของต้นไม้และพื้นที่สวนสีเขียวที่รายล้อมอยู่รอบโครงการ ส่วนสระว่ายน้ำนั้นทางโครงการก็ดีไซน์ด้วยลักษณะโค้งมน ให้เข้ากันกับธรรมชาติ พร้อมทั้งให้อารมณ์สไตล์รีสอร์ท ให้ลูกบ้านได้สัมผัสถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง   ส่วนด้านงานดีไซน์ภายในห้องนั้น ที่ เอลลิโอ เดลมอสส์ พหลโยธิน 34 ก็ได้รับการออกแบบให้มีแปลนห้องที่หลากหลาย เพื่อตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งห้องที่โครงการส่งมอบนั้นจะเป็นแบบ Fully Furnished โดยแบ่งเป็น 4 Type ใหญ่ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือ ห้อง Studio ขนาด 24.50 ตร.ม., ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตร.ม., ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 – 43.50 ตร.ม. และห้อง 2 Bedrooms ขนาด 43.50 – 46.50 ตร.ม. โดยแบบที่มีมากที่สุดของโครงการนั้นจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตร.ม.  ซึ่งแต่ละ Type ก็จะมีลักษณะฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันไป แต่ทุกห้องยังคงฟังก์ชั่นที่สำคัญเอาไว้เหมือนกัน นั่นก็คือสามารถอยู่ได้จริงในระยะยาว เพราะเรื่องของการจัดวาง Layout ของแต่ละห้องนั้นจะดูเรื่องของการถ่ายเทอากาศและทิศทางของลมไว้เป็นอย่างดี  หากใครที่ชื่นชอบวิวสระว่ายน้ำและต้องการปลีกตัวออกจากวิวเมืองก็แนะนำให้เลือกห้องทางด้านในเป็นหลัก เพราะทุกอาคารนั้นจะมีห้องที่หันเข้าหาสระว่ายน้ำไว้ให้อยู่แล้ว แต่หากเป็นการลงทุนเพื่อการปล่อยเช่า จะดูเป็นห้องรอบนอกสำหรับวิวเมืองก็อยู่ในเรทราคาที่น่าสนใจมากเลยที่เดียวค่ะ โครงการนี้มีกำหนดการเริ่มสร้าง เดือน ม.ค. 2561 และคาดว่าจะสร้างเสร็จช่วงกลางปี 2562 ค่ะ

ด้านส่วนกลางที่ทางโครงการจัดเต็มไว้ให้นั้นก็จะประกอบไปด้วย  Lobby, Mailbox, Rock Climbing Fitness, shower with locker room, Sauna (m) and Stream (w), Co-Working space, Co-Studying Area, Laundry room, Access Card Control, CCTV, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ค่ะ

หมายเหตุ

* ข้อมูล และภาพถ่ายต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยทางเราไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า.

โครงการใหม่ THE LOFTS SILOM
NICHE PRIDE Taopoon Interchange(นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์)