รีวิวคอนโด THE ESSE SUKHUMVIT 36 Condominium (ดิ เอส สุขุมวิท 36 คอนโดมิเนียม)

THE ESSE SUKHUMVIT36 คอนโดหรูติดรถไฟฟ้า
ประเภทที่อยู่:คอนโดมิเนียม
สถานที่ตั้ง:ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะอาคาร:คอนโดมิเนียมสูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร
จำนวนยูนิต:338 ห้องชุด
ขนาดที่ดิน:ประมาณ 2-2-0 ไร่
รูปแบบที่พักอาศัย:– 1 ห้องนอน ขนาด 38.50 – 43.25 ตร.ม.
– 2 ห้องนอน ขนาด 73.50 – 77.00 ตร.ม.
– 3 ห้องนอน ขนาด 116.75 – 124.25 ตร.ม.
– Penthouse ขนาด 252 ตร.ม.
จำนวนที่จอดรถ:100%
เฟอร์นิเจอร์:Fully Fitted
พื้นที่:38.50 – 252 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น:12,000,000 บาท
ราคาสูงสุด:
ราคาเฉลี่ย / ตร.ม.:ประมาณ 330,000 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวก:• ล็อบบี้
• ที่จอดรถ
• ตู้จดหมายและห้องเก็บของ
• ซังเคน ลอว์น บริเวณชั้น 1
• วอเตอร์ การ์เด้น บริเวณชั้น 7
• ไรซ์ ฟิล์ด การ์เด้น บริเวณชั้น 41
• รูฟ ออชาร์ด บริเวณชั้น 43 และชั้นดาดฟ้า
• เดอะ รีดดิ้ง เลาจน์
• สระว่ายน้ำ พร้อมสระเด็ก
• ห้องออกกำลังกาย
• เวอร์ชัวร์ ไบค์
• กอล์ฟ ซิมูเลเตอร์
• ห้องอบไอน้ำ
• ฮอริซอน ออนเซ็น
• ห้องสปา
• ห้องสำหรับเด็กเล่น
• สกาย เลาจน์ พื้นที่พักผ่อนอเนกประสงค์
• เดอะ เรสซิเดนซ์ เลาจน์ พื้นที่สำหรับจัดเลี้ยง
• สกาย เธียเตอร์ ห้องชมภาพยนตร์ส่วนตัว
• บาร์บีคิว
บริการพิเศษ
• ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
• Wifi อินเตอร์เน็ต บริเวณพื้นที่ส่วนกลางชั้น 1, 7, 8, 41, 43 และดาดฟ้า – ฟิตเนส
สร้างเสร็จประมาณ:เดือนตุลาคม 2563
เว็ปไซต์:www.singhaestate.co.th/condominium/the-esse-sukhumvit-36
เจ้าของโครงการ:บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
โทร:1221

เงื่อนไขการเป็นเจ้าของ

จอง:1 ห้องนอน 100,000 บาท / 2 ห้องนอน 200,000 บาท / 3 ห้องนอน 300,000 บาท / Penthouse 500,000 บาท
ทำสัญญา:3%
เงินดาวน์:(ประมาณ) 17%
ค่ากองทุน:1,000 บาท ต่อ ตร.ม. ต่อเดือน
ค่าส่วนกลาง:100 บาท ต่อ ตร.ม. ต่อเดือน

พิกัดที่ตั้งโครงการ 13.724711, 100.577661

Zone :พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย
รถไฟฟ้าใกล้เคียง:BTS สีเขียวสุขุมวิท สถานีทองหล่อ
จุดขึ้นลงทางด่วน :ท่าเรือ
สถานที่ใกล้เคียง :สถานที่ทั่วไป Rain hill 550 ม. | Gateway เอกมัย 1 กม. | Market Place 1.4 กม.| The EM District 1.4 กม.| Suanplearn Market 1.8 กม. | Seenspace 2 กม.| K Village 2.2 กม.| Terminal 21 3.2 กม. | Singha Complex 3.6 กม | Makkasan Mega Project 4 กม.
โรงพยาบาล สุขุมวิท 1.2 กม. | สมิติเวช 1.3 กม. | คามิลเลี่ยน 2.6 กม. | กรุงเทพ 3.9 กม. | บํารุงราษฎร์ 4 กม.
สถานศึกษา Bangkok Prep International School 120 ม. | Trinity International School 450 ม. | Srinakharinwirot (Prasarnmit) Universit 3.2 กม. | Wattana Wittaya Academy 3.2 กม. | Ekamai International School 3.2 กม. | Bangkok University 2.2 กม.

ทำเลและการเดินทาง

ในที่สุดที่ดินแปลงสวยติดถนนใหญ่สุขุมวิท บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 ที่หลายๆ คนรอดูว่า ที่ดินแปลงนี้ใครจะเข้ามาพัฒนา และในที่สุดก็เป็น บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ได้ที่ดินแปลงสวยนี้มาพัฒนาเป็นอาคารที่พักแนวสูงโดยยกแบรนด์ THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36) มาไว้ติดถนนใหญ่สุขุมวิทบริเวณปากซอยสุขุมวิท36 จุดเด่นทำเลที่สำคัญอีกจุดของโครงการนี้คืออยู่ติด BTS สถานีทองหล่อ เพียง 13.5 เมตร ถึงทางขึ้นรถไฟฟ้า ทำให้โครงการนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก

สุขุมวิททำไมจึงเป็นถนนที่สำคัญอันดับต้นๆ ในกรุงเทพมหานคร

เพราะ สุขุมวิทเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญในกรุงเทพฯ ทั้งไทย   และต่างชาติที่เข้ามาลงทุน เนื่องจากถนนสุขุมวิทเป็นทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งการคมนาคม

และ การใช้ชีวิตประจำวัน ถือว่าสะดวกที่สุดในกรุงเทพ เพราะมีรถไฟฟ้าที่วิ่งตลอดแนวถนนสุขุมวิท สถานที่สำคัญๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว จึงทำให้ทำเลบนสุขุมวิทเป็นที่ต้องการของคนในปัจจุบัน

ถ้ามองถึงที่พักอาศัยในปัจจุบันคงจะหนีไม่พ้นคอนโดมิเนียม ถ้าเป็นพวกบ้านเดี่ยวโครงการใหม่คงหายากมากบนถนนสุขุมวิทเพราะด้วยราคาของที่ดินที่สูงขึ้นทุกๆ ปี ทำให้ราคาสูงมากจนเกินไป

ดังนั้น เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยจับต้องได้ ผู้พัฒนาอย่าง สิงห์ เอสเตท จึงออกแบบห้องพักอาศัยในคอนโดใหม่โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36) ให้ใช้ชีวิตอยู่อาศัยได้เหมือนอยู่บ้านจริงๆ แต่ติด BTS สถานีทองหล่อ ฟังดูแล้วน่าสนใจสุดๆ

จุดเด่นทำเล THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)

  • ใจกลางแหล่งธุรกิจของกรุงเทพฯ
  • ติดถนนใหญ่สุขุมวิท
  • ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ
  • เข้าออกได้ 2 ทางจากถนนสุขุมวิท และถนนพระราม 4
  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • ใกล้สถานศึกษา และโรงพยาบาล
  • สถานบันเทิงต่างๆ เหมาะกับ Lifestyle ในปัจจุบัน

เอกลักษณ์อีกอย่างเวลาคิดถึงถนนสุขุมวิท คือรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านถนนสุขุมวิทตลอดแนวตั้งแต่ต้นสุขุมวิทจนไปสุดสมุทรปราการซึ่งในปัจจุบันสถานีที่เปิดให้บริการปลายทางอยู่ที่สถานีสำโรง

ถ้าซูมเจาะไปเข้าไปใกล้ที่ตั้งโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36) จะเห็นได้ว่าที่ตั้งของโครงการนั้นจะอยู่บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 36 ติดถนนใหญ่สุขุมวิทพอดี การเข้าออกจึงเดินทางได้ถึง 2 ทาง

  1. มาจากถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า (สุขุมวิทเลขคู่) ขับมาเลี้ยวเข้าโครงการได้เลย
  2. มาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ขับเข้าทองหล่อ (สุขุมวิท55) เลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า โครงการอยู่ซ้ายมือเลี้ยวเข้าได้เลย
  3. มาจากถนนสุขุมวิทฝั่งขาออก (สุขุมวิทเลขคี่) ขับผ่านแยกทองหล่อแล้วขับรถวิ่งย้อนกลับมาโครงการอยู่ซ้ายมือ
  4. มาจากถนนพระราม 4 เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 36 แต่ไม่วิ่งจนมาถึงถนนใหญ่สุขุมวิท ให้ขับเข้าซอยที่เชื่อมไปออกสุขุมวิท 38 แล้ววนรถมาออกถนนใหญ่สุขุมวิทเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ

ทางเข้าออกหลักๆ จะมีอยู่ประมาณนี้ ซึ่งทางเข้าออกโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36) จะอยู่ด้านหน้าติดถนนใหญ่สุขุมวิท จะไม่สามารถเข้าออกจากซอยสุขุมวิท 36 ได้นะครับ เราไปชมภาพการเดินทางแบบจริงๆ กันบ้างโดยเราจะขอนำเสนอเส้นทางที่มาจากถนนเพชรบุรีขับผ่านทองหล่อแล้วมาเลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิทกันก่อน

เส้นทางการเดินทางเราจะเริ่มจากบนถนนทองหล่อที่เพิ่งเลี้ยวมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พอเลี้ยวเข้าทองหล่อแล้วให้ขับตรงอย่างเดียวจนไปถึงสามแยกที่ถนนสุขุมวิท

พอเลี้ยวเข้าทองหล่อระหว่างทางขวามือจะเป็นโรงพยาบาลคามิลเลียน

ขับมาถึงประมาณกลางทองหล่อขวามือคือ J avenue เป็น Community mall ที่เก่าแก่และทันสมัยบนทองหล่อ

เราขับตรงเพียงอย่างเดียวไปเรื่อยๆ

ระหว่างทางจะมี Community mall อื่นๆ อยู่เป็นช่วงๆ ตลอดถนน ทำให้ทองหล่อขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งที่วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยที่มีครอบครัวแล้วมาพักผ่อนซื้อของ ทานอาหาร หรือจะนั่งชิลๆ ในเวลาว่างเสมอ เพราะมีร้านที่มีชื่อเสียงอยู่บริเวณย่านนี้ค่อนข้างมาก

ขับจนจะมาถึงแยกที่เลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิท จุดสังเกตใกล้ๆ จะถึงแยกจะเป็นโค้งที่โค้งซ้าย พอถึงโค้งนี้ก็ให้เตรียมตัวเลี้ยวขวาเพื่อเข้าถนนสุขุมวิท

พอใกล้ถึงแยกจะเห็นทางบอกทางเลี้ยวขวาไปอโศกมนตรี และเพลินจิต ให้เราเลี้ยวขวาตามป้ายไป

เห็นรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านบนถนนสุขุมวิทแล้ว ให้เตรียมตัวเลี้ยวขวาได้เลย

เลี้ยวขวาบริเวณสามแยกเพื่อเข้าถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า

เมื่อเลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิทแล้วให้ชิดซ้ายทันที เลี้ยวขวามาแล้วจะเจอสถานีทองหล่อแบบภายในภาพนี้เลย ให้เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการที่จะอยู่ข้างหน้าซ้ายมือได้แล้วนะครับ

พอเลี้ยวขวามาจากทองหล่อประมาณเพียง 180 เมตรทางเข้าโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36) จะอยู่ทางด้านซ้ายมือให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปชมโครงการกันเลยครับ

มาจากถนนพระราม4 โดยเริ่มตรงหน้า Big C พระราม4 ฝั่งขาออก ให้ขับตรงตามทาง ด้านหน้าจะเป็นอาคารมาลีนนท์ ให้ขับผ่านไปก่อน และเตรียมตัวชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 36 หรือซอยแสนสบาย

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยแสนสบาย จุดสังเกตจะมีร้านสะดวกซื้ออยู่ปากซอยพอดี

พอเลี้ยวซ้ายเข้ามาแล้วให้ขับตรงตามทางไปเรื่อยๆ ภายในซอยแสนสบาย หรือสุขุมวิท 36 จะเป็นถนนสองเลนขับสวนกันตามในภาพนี้เลยนะครับ

ขับตามทางมาเรื่อยให้เตรียมตัวเลี้ยวขวาซอยที่เชื่อมต่อไปยังซอยสุขุมวิท 38

ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยที่เชื่อมกับซอยสุขุมวิท38 จุดสังเกตจะมีอาคารที่พักอาคารอยู่ เลี้ยวขวาเลยครับ

เลี้ยวขวามาแล้วให้ขับตรงตามทางอย่างเดียวเพื่อไปออกซอยสุขุมวิท 38

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 38 ขับตรงเพื่อไปออกถนนใหญ่สุขุมวิท

พอออกมาจากซอยสุขุมวิท 38 เข้าถนนใหญ่สุขุมวิท ขับชิดซ้ายไว้เลยนะครับ เพราะโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36)จะอยู่ซ้ายมือบริเวณรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อพอดี เลี้ยวซ้ายเข้าไปชมโครงการกันเลยครับ

ผังโครงการ

ชมโมเดลจริง

มาชมโมเดลจริงกันบ้างครับ ดูจากรูปตัวอาคารจะหันหน้ามาฝั่งทองหล่อซึ่งเป็นทิศเหนือ ด้านหน้าทางเข้าโครงการจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ THE ESSE SUKHUMVIT 36 เป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 43 ชั้น ที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนานกับซอยสุขุมวิท 36 ทรงที่ดินถ้าวัดจากทางเข้าที่ติดกับถนนใหญ่สุขุมวิทหน้าจะแคบแต่ลึก ทำให้การออกแบบตัวอาคารออกมาเป็นรูปร่างประมาณนี้ จำนวนยูนิตทั้งหมด 338 ยูนิต

โดยที่พักอาศัยจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 9 จนไปถึงชั้น 40 ส่วน Facilities จะมีอยู่ 3 จุดหลัก ด้านหน้าชั้น Ground, ชั้นที่ 7 – 8 เป็นพื้นที่สระว่ายน้ำ, Horizon Onsen, Treatment Room, Kid’s room, Fitness และอื่นๆ ส่วนสุดท้ายจะอยู่ด้านบนสุดของอาคารตั้งแต่ชั้น 41 – 43 พื้นที่ด้านบนที่กล่าวมานั้นจะเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนแบบสุด Special Exclusive

เนื่องจากทางโครงการได้จัดวางแบ่งพื้นที่ด้านบนทั้ง 3 ชั้นได้อย่างดี โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่กลางแจ้ง (Outdoor) Semi Outdoor และ Close space ที่ทำเป็น Sky Lounge ส่วนชั้นบนสุดนั้นจะเป็นพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว ได้ยินแล้วอยากจะเห็นภาพจริงๆ ไปชมกันเลย

ส่วนนี้จะเป็นภาพมุมสูงมองลงไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้นที่ 7 สังเกตระหว่างอาคารเตี้ยด้านหน้าของโครงการกับสถานีรถไฟฟ้าจะอยู่ห่างกันพอสมควรประมาณ 35 เมตร และความสูงของชั้นที่ 7 นี้จะอยู่สูงกว่าระดับสายตาคนที่ยืนอยู่บนสถานี ซึ่งมีความสูงอยู่ประมาณ 80 เมตร ดังนั้นเวลาลูกบ้านว่ายน้ำ หรือนั่งพักผ่อนอยู่บริเวณ วอเตอร์ การ์เด้นบนชั้นที่ 7 ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคนจะมองเข้ามา

มุมสูงนี้จะมองมาจากทางทิศเหนือมองเข้าหาโครงการ

ด้านหน้าที่ทำ Landscape พื้นที่สีเขียวทำเป็นเนินเขาเล็กๆ ตามแนวข้างโครงการเพื่อความร่มรื่น และความเป็นส่วนตัวจากด้านนอก

มุมนี้มองย้อนกลับไปทางเข้าโครงการ ติดสถานีทองหล่อพอดี

THE ESSE SUKHUMVIT36 คอนโดหรูติดรถไฟฟ้า

ด้านนี้จะเป็นด้านทิศตะวันออก ด้านนี้จะหันไปทางบางนา มองจากมุมนี้อาคารดูสวยแบบเรียบหรู นิ่งสงบแต่เหมือนซ่อนความพิเศษอยู่ด้านใน

ด้านหน้าโครงการที่หันไปทางทิศเหนือ

ด้านนี้คือทิศตะวันตก ด้านนี้จะหันไปทางอโศก วิวเมืองเต็มๆ

Zoom ไปยังฝั่งทิศตะวันตกที่อยู่ติดกับซอยสุขุมวิท 36

Sky Facilities บนชั้น 41 – 43 ซึ่งชั้นที่ 41 จะมีไรซ์ ฟิล์ด การ์เด้น เป็นแบบ Outdoor ส่วนชั้น 43 และ Rooftop จะเป็นรูฟ ออชาร์ด ส่วนกลางที่นี่ขอบอกเลยว่าเค้าจัดมาให้แบบเต็มจริงๆ

Floor Plan

โครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36 Condominium (ดิ เอส สุขุมวิท 36 คอนโดมิเนียม) เป็นคอนโดมิเนียมสูง 43 ชั้นมีเพียง 1 อาคาร บนเนื้อที่ประมาณ 2-2-0 ไร่ ซึ่งที่นี่ออกแบบมาสไตล์ Modern Luxury โดยมี Concept ที่เน้นความเป็นไทยโดยมีความทันสมัยเข้ามาผสม

และให้ความสำคัญกับผู้อยู่อาศัยให้มีความส่วนตัวมากที่สุด และเน้นความร่มรื่นโดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุดภายในโครงการ จอดรถได้ 100% รวมจอดซ้อนคัน โดยจะมีทั้งที่จอดรถแบบธรรมดา และ Auto Parking ส่วนห้องพักอาศัยจะเริ่มต้นจากแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 38.50 – 43.25ตร.ม.

| 2 ห้องนอน ขนาด 73.50 – 77.00ตร.ม. | 3 ห้องนอน ขนาด 116.75 –  – 124.25 ตร.ม. | Penthouse ขนาด 252 ตร.ม.

เริ่มจาก Ground Floor Plan โครงการจะหันหน้าออกทางทิศเหนือ ซึ่งทางเข้าออกจะเข้าออกจากทางทิศเหนือติดกับถนนใหญ่สุขุมวิท พอเลี้ยวเข้ามาภายในแล้วจะเจอสวนสีเขียวขนาดใหญ่ (SUNKEN LAWN) อยู่ขวามือ บริเวณสวนด้านหน้านี้โครงการจะทำคล้ายๆ เนินเขาสูงขึ้นมา

เพื่อกั้นจากการมองเห็นจากด้านนอกเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย ถัดเข้ามาก็ยังคงเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางซึ่งจะเป็น The Reading Lounge | Sunken Seating Area และ Arrival Terrace สำหรับผู้อยู่อาศัย และเพื่อนๆ มานั่งพักผ่อนได้บริเวณนี้

Ground Floor Plan

ส่วนถัดไปจะอยู่บริเวณตรงกลางละครับ ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นจุด Drop Off ที่อยู่ติดกับ Lobby ของอาคาร บริเวณจุด Drop Off นี้ยังเป็นจุดขึ้นลงของ Auto Car Parking โดยช่วงนำขึ้นไปจอดนั้นจะเข้าจากตรงจุด Drop Off แต่ช่วงนำรถออกจะไปออกด้านข้างทางทิศตะวันตกของโครงการ ส่วนต่อมาเข้ามาภายในอาคารจะเจอ Lobby ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่นั่ง และห้องน้ำรับแขก นอกเหนือจากนั้นบริเวณ Lobby ยังมีห้อง Mail Box และ Storage Room

ถัดเข้าไปด้านในก่อนจะขึ้นไปชั้นบนจะผ่านประตู ซึ่งจะต้องใช้ Keycard เท่านั้นถึงจะเข้าได้ ที่นี่จะมีลิฟท์โดยสารอยู่ 4 ตัว และ Service อีก  1 ตัว ด้านหลังสุดจะเป็นอีกจุดสำหรับ Auto Car Parking และห้องรับรองสำหรับพนักงานขับรถ พนักงานทำความสะอาดที่ดูแลให้กับผู้พักอาศัย อยู่ประมาณ 3 ห้องด้านหลัง และจุดสุดท้ายคือทางขึ้นลงที่จอดรถแบบธรรมดาที่จะอยู่ตั้งแต่ชั้นที่ 2 – 4 ส่วนพื้นที่ Auto Car Parking จะอยู่ชั้นที่ 5 และ6 (มีภาพ Floor Plan ให้ชมด้านล่างต่อจากนี้)

2nd – 4th Floor Plan จะเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถสำหรับเพื่อนๆ หรือผู้อยู่อาศัยที่ไม่ต้องการใช้ Auto Car Parking

5th – 6th Floor Plan จะเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับ Auto Car Parking

7th Floor Plan สำหรับชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง Facilities ที่เน้นการพักผ่อนเพราะชั้นนี้จะมีสระว่ายน้ำความยาวประมาณ 25 เมตร, Onsen แยกชายหญิง, Private Spa Room, Kid’s Room และสวนส่วนกลาง จุดพิเศษที่ทางโครงการใส่ใจให้กับทางลูกบ้านคือ เนื่องจากโครงการคอนโด THE ESSE SUKHUMVIT36 นี้จะอยู่ติด BTS สถานีทองหล่อด้วยความใหญ่และสูงของสถานี

ทำให้ทางโครงการจึงออกแบบให้พื้นที่ส่วนกลางของชั้นที่ 7 สูงกว่าสถานีรถไฟฟ้า ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนสามารถมองเข้ามาในขณะว่ายน้ำ หรือกำลังพักผ่อนอยู่

เหนือ – วิวสุขุมวิท | พระราม 9 วิวที่ได้จะประมาณนี้ ภาพนี้จะหันไปทางทิศเหนือ ลูกศรที่ชี้อยู่นั้นคือที่ตั้งของโครงการนี้  THE ESSE SUKHUMVIT36

ทิศตะวันตก – จะหันไปทางอโศก ถ้าขึ้นไปชั้นสูงวิวที่ได้จะประมาณนี้

ทิศตะวันออก – หันไปทางบางนามีอาคารสูงบ้างโดยรวมคือวิวโล่งสวยงาม

ทิศใต้ – สำหรับทิศใต้นี้จะสามารถรับวิวบางกระเจ้า และโค้งน้ำเจ้าพระยาได้ถ้าขึ้นไปชั้นสูงๆ อย่างเช่นชั้นที่ 41 – 43 ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่ วิวนี้เห็นแน่นอน

8th Floor Plan ขยับขึ้นมา 1 ชั้นก็ยังเป็นพื้นที่ส่วน Facilities สำหรับชั้นนี้จะเป็นห้องฟิตเนสที่สามารถรับวิวได้ 180 องศา นอกเหนือจากนั้นยังมีห้อง Golf Simulator และ Virtual Bike

9th Floor Plan ที่พักอาศัยจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนี้ แต่จะมีเพียง 4 ยูนิต ด้านหน้าส่วนที่หายจะเป็นในส่วนที่ขึ้นมาต่อเนื่องจากห้องฟิตเนส

10th – 35th Floor Plan

ชั้น 10 – 35 นั้น จะเหมือนกันทั้งหมด ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางโถงลิฟท์ไว้ตำแหน่งตรงกลางของอาคารแบบนี้จะทำให้การจัดวางยูนิตได้ง่าย โดยเอายูนิตแยกออกเป็นสองฝั่ง การทำ Floor Plan แบบนี้จะสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัย ตำแหน่งห้องหลักๆ จะเป็น 3 แบบด้วยกัน

  • 1 ห้องนอน 1A-1 38.50 ตร.ม. (สีเทา) ห้องแบบนี้จะเป็นห้องที่ขนาดเล็กสุด ตั้งแต่ชั้น10 – 35 จะมี 4 ยูนิต/ชั้น
  • 1 ห้องนอน 1A-2 43.25 ตร.ม. (สีน้ำตาลอ่อน) เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา ตั้งแต่ชั้น10 – 35 จะมี 4 ยูนิต/ชั้น
  • 2 ห้องนอน 2B-1 ขนาด 73.50 ตร.ม. (สีน้ำตาลเข้ม) สำหรับห้องแบบนี้จะเป็นตำแหน่งมุม ซึ่งตั้งแต่ชั้น10 – 35 จะมี 4 ยูนิต/ชั้น

ดังนั้นต่อชั้นจะมีเพียง 12 ยูนิต ข้อดีคือได้ความเป็นส่วนตัว และจำนวนลิฟท์มีถึง 4 ตัว ซึ่งรองรับการใช้งานได้อย่างสบาย

ช่องตรงกลางถ้าสังเกตดีๆ จะมีช่องวางสำหรับให้ลมที่มาจากทางทิศใต้ผ่านเข้ามาภายในอาคาร ซึ่งทิศเหนือของอาคารจะมีช่องลมอยู่เช่นกัน เป็นการระบายถ่ายเทอากาศภายในอาคารด้วยธรรมชาติ ดังนั้นภายในอาคารอากาศจะสามารถถ่ายเทได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องใช้ไฟมาช่วย

36th – 38th Floor Plan ขยับขึ้นมาจำนวนยูนิตจะเหลือเพียง 6 ยูนิต จะมีแบบ 2 ห้องนอน และ3 ห้องนอน

ห้องหันทางทิศเหนือจะเป็นห้องแบบ 3 ห้องนอน Type 3C – 2/2R ขนาด 124.25 ตร.ม. ซึ่งห้องแบบนี้จะสามารถรับวิวได้ถึง 2 ทิศด้วยกัน

ห้องตำแหน่งตรงกลางทั้งทิศตะวันออก และตะวันตกเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนขนาดพิเศษ Type 2B-2/2R ขนาด77 ตร.ม. ทั้ง 2 ฝั่ง ฟังก์ชั่นจะเหมือนกันเพียงแต่ Mirror กลับด้านเพียงเท่านั้น

ห้องตำแหน่งซ้ายที่หันไปทางทิศเหนือ เป็นห้องแบบ 3 ห้องนอน Type 3C – 1/1R ขนาด116.75 ตร.ม.ห้องนี้จะรับวิวได้ถึง 2 ทิศ

39th Floor Plan ชั้นนี้จำนวนยูนิตลดลงเหลือ 4 ยูนิต ซึ่งเป็น Penthouse ทั้งหมด จุดเด่นของห้องทั้ง 4 ห้องคือเป็นห้องแบบ Duplex และมีลิฟท์ส่วนตัวทั้ง 4 ยูนิต ขนาดจะเท่ากันทั้งหมดโดยมีขนาด 252 ตร.ม.และเชื่อมต่อไปยังชั้นบนที่อยู่บนชั้นที่ 40

40th Floor Plan จะเป็นชั้น Upper ของห้อง Penthouse

41st Floor Plan เป็นจุดขายอีกจุดของโครงการนี้เลยก็ว่าได้ บนชั้นที่ 41 นี้ เจ๋งตรงที่เค้าออกแบบมาได้ถึง 3 ส่วน 3 อารมณ์ในชั้นเดียวไล่จากล่างไปบน ซึ่งแบ่งเป็น Outdoor | Semi Outdoor | Close Space ลองคิดภาพตามถ้าสร้างเสร็จจริงๆ บรรยากาศบนนี้น่าจะดีมาก

42nd Floor Plan ชั้นนี้จะเป็นส่วนที่เชื่อมขึ้นมาจากชั้นที่ 41 ในส่วนของ Semi outdoor

43rd | Roof Top Floor Plan จะเป็นชั้นสูงสุดของอาคารนี้ สำหรับ 2 ชั้นนี้จะเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว เจ๋งกว่านั้นคือจะมีจำนวนแปลงให้ตามจำนวนยูนิต ลูกบ้านที่นี่จะสามารถปลูกผักสวนครัวเป็นของตัวเองได้บนชั้นนี้ ตาม Concept ที่นี่เลยที่ยึดความเป็นไทย วิถีไทย คนไทยมีอะไรต้องแบ่งปันกัน

ROOM LAYOUT 

ROOM TYPE 1A-1 ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 38.50 ตร.ม.

ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กสุดในโครงการ ตำแหน่งของห้องแบบนี้จะอยู่ตรงกลางอาคารหันไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ตั้งแต่ชั้นที่ 10 – 35 มี 4 ยูนิต/ชั้น (รวมแบบ Mirror) ดังนั้นมีประมาณ 104 ยูนิต ฟังก์ชั่นของห้องนี้จะค่อนข้างจัดวางได้ลงตัว แบ่งแยกสัดส่วนการใช้งานได้อย่างชัดเจน โดยเอาส่วนครัวมาไว้ด้านหน้าสุดตรงทางเข้าออกห้อง ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ Living Area โดยปกติห้องแบบ 1 ห้องนอนเปิดมาเจอครัวเหมือนกันแต่ห้องจะลึกเข้าไปเป็นแนวตรง

แต่สำหรับที่นี่จะเป็นแนวขวาง ทำให้ห้องแบบนี้จะได้ขนาดห้องนอน และห้องน้ำที่ใหญ่กว่าปกติ แต่พื้นที่ตรงครัวจะดูอึดอัดไปหน่อยเพราะต้องมาใช้พื้นที่เดียวกับทางเข้าออกห้อง แต่ฟังก์ชั่นโดยรวมแล้วถือว่าจัดได้ลงตัวโดยใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

ROOM TYPE 1A-2 ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 43.25 ตร.ม.

ห้องนี้เป็นแบบ 1 ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา ตำแหน่งห้องนี้จะอยู่ถัดจากห้องแบบที่แล้ว ทิศจะหันไปทางทิศตะวันออก และตะวันตก ตั้งแต่ชั้นที่ 9 จำนวน 2 ยูนิต และชั้นที่ 10 – 35 มีจำนวน 4 ยูนิต/ชั้น (รวมแบบ Mirror)  ดังนั้นมีประมาณ 106 ยูนิต Layout นี้จะได้พื้นที่ Living Area ค่อนข้างใหญ่

มีพื้นที่วางเฟอร์นิเจอร์ได้ค่อนข้างเยอะ และยังเหลือพื้นที่เดินหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อีก ครัวจับวางเข้ามุมเป็นรูปตัว U พื้นที่ด้านในสุดถัดจากชั้นวางทีวีสามารถทำเป็นมุมนั่งทำงานได้เพิ่มอีกมุม นั่งทำงานไปด้วยชมวิวไปด้วย ห้องนอน และห้องน้ำแยกมาไว้ด้านข้างของตัวห้อง พื้นที่ภายในห้องนอนจะค่อนข้างลึกจึงสามารถทำเป็น Walk Through Closet บริเวณด้านหน้าห้องน้ำโดย Built in เป็นตู้เสื้อผ้าไว้ทั้ง 2 ด้าน ถ้าอยู่ประมาณ 2 คน ขนาดนี้จะเหมาะสมที่สุด

ROOM TYPE 2B-1 ห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 73.50 ตร.ม.

ห้องนี้จะมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องแบบนี้จะเริ่มตั้งแต่ชั้นที่ 9 จำนวน 2 ยูนิต และชั้นที่ 10 -35 จำนวน 4 ยูนิต/ชั้น จะมีจำนวนทั้งหมด 106 ยูนิต ห้องแบบนี้จะเป็นห้องมุมที่จะอยู่ทั้ง 4 ทิศ คนที่สนใจอยากได้ห้องแบบนี้ก็อยู่ที่ทิศแล้วครับว่าชอบทิศไหน นอกเหนือจากนั้นห้องแบบนี้จะสามารถรับวิวได้ถึง 2 ทิศต่อห้อง ฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยของห้องจะลงตัวสุดๆ เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่จึงสามารถจัดวางในส่วนต่างๆ ได้ง่าย

แบบนี้ถ้าดูจากแปลนห้องแล้วเค้าจะเน้นไปที่ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง อีกอย่างห้องนี้เค้าแบ่งสัดส่วนออกจากกันได้อย่างชัดเจนมาก ส่วนครัวที่นั่งเล่นรวมเป็นส่วนนึง ส่วนห้องนอนทั้ง 2 ห้องเป็นอีกส่วน เหมือนมีกล่องสี่เหลี่ยม 2 กล่องมาวางต่อกัน แต่การเน้นไปที่ห้องนอนจึงทำให้พื้นที่ Living Area ดูเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนของห้อง แต่ด้วย Layout มันบังคับให้เป็นรูปร่างลักษณะแบบนี้ฟังก์ชั่นการใช้งานในแต่ละส่วนจึงออกมาเป็นแบบนี้

จุดเด่นอีกจุดคือในห้องน้ำห้องนอนใหญ่นอกจากจะมีอ่างอาบน้ำแล้ว อ่างล้างหน้ายังเป็นแบบ HIS & HER อีกด้วย โดยรวมถือว่าลงตัวเหมาะกับการอยู่อาศัยอย่างมาก

ROOM TYPE 2B-2 ห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 77 ตร.ม.

Layout ห้องแบบนี้จะอยู่บนชั้นที่ 36 – 38 มีเพียง 2 ยูนิต/ชั้น ดังนั้นทั้งโครงการห้องแบบนี้จะมีเพียง 6 ยูนิต ตำแหน่งของห้องแบบนี้จะอยู่ทางทิศตะวันออก และตะวันตก รูปทรงห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยนผืนผ้าห้องนี้ถือว่า Layout ได้สวยมากแบ่งแต่ละส่วนได้อย่างเท่ากันไม่เสียพื้นที่ไปเลย ได้พื้นที่ Living Area ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่

ส่วนครัววางเป็นรูปตัว L เข้ามุมแถมมี Island มาให้อีกต่างหาก ห้องนอนที่ 2 ไม่มีห้องน้ำในห้อง ต้องออกมาใช้ห้องน้ำที่ 2 ห้องนอนใหญ่พื้นที่ภายในห้องขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ห้องน้ำภายในห้องจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สวยครับ Layout แบบนี้

ROOM TYPE 3C-1 | 3C-2 ห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 77 ตร.ม.

Type ห้องแบบ 3 ห้องนอน 2 Type นี้จะอยู่บนชั้นที่ 36 – 38 มีเพียง 2 ยูนิต/ชั้น/Type ดังนั้นทั้งโครงการห้องแบบนี้จะมีเพียง 6 ยูนิต/Type

  • ตำแหน่งของห้องแบบ 3C-1 ขนาด 116.75 ตร.ม.นี้จะอยู่ทางทิศตะวันออก | ตะวันตก | ใต้
  • ตำแหน่งของห้องแบบ 3C-2 ขนาด 124.25 ตร.ม.นี้จะอยู่ทางทิศตะวันออก | ตะวันตก | เหนือ

ทั้ง 2 Type จะมี Layout คล้ายกันจะแตกต่างกันเพียงขนาด ตำแหน่งของห้องน้ำ และห้องแบบ 3C-2 จะมีพื้นที่ Multi-purpose เพิ่มขึ้นมา จุดเด่นของห้องแบบนี้ทางโครงการจะเอาห้องนอนใหญ่แยกออกไปเพื่อความเป็นส่วนตัว และห้องครัวเป็นแบบครัวปิด ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว พื้นที่ Living Area สามารถรับวิวได้ถึง 2 ทิศผ่านกระจกบานใหญ่ ห้องแบบนี้เหมาะกับครอบครัวขนาด 4 คนขึ้นไป แต่ทั้งโครงการมีเพียง 6 ยูนิต/Type เพียงเท่านั้นนะครับ

ภาพจำลองส่วนกลางตามจุดต่างๆ

Lobby บนชั้น Ground

The Reading Lounge

Horizon Onsen บนชั้น 7

Kid’s Lounge บนชั้น 7

GYM บนชั้น 8

Sky Lounge

Sky Theatre

Private Dining

Zoom โชว์รูม

ห้องตัวอย่าง

ห้องตัวอย่างห้องแรกจะเป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 38.50 ตร.ม. ฟังก์ชั่นห้องแบบ 1 ห้องนอนนี้จะถูกจัดวางโดยแยกส่วนได้อย่างชัดเจน โดยเอาครัวมาไว้ตรงตำแหน่งหน้าสุดของห้อง ซึ่งห้องแบบนี้จะไม่เหมือนกับแบบ 1 ห้องนอนทั่วไปที่เปิดประตูเข้ามาแล้วมองตรงเข้าไปจะเห็นส่วน Living แต่แบบห้องที่นี่เปิดประตูจะเจอครัวกั้นอยู่และต้องหันซ้ายหรือขวา (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งห้อง) เพื่อเข้าไปส่วน Living ส่วนด้านในสุดจะเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ห้องที่นี่จะได้เป็น Fully Fitted ซึ่งจะได้ Home Automation, แอร์, ไฟ, ผ้าม่าน จิม ทอมป์สัน,Wallpaper จิม ทอมป์สัน และบริเวณชั้นวางทีวีจะกรุหินจริงเพื่อความสวยงาม

เปิดประตูเข้ามาจะเจอชุดครัวก่อนอันดับแรก เคาน์เตอร์ชุดครัว จะถูก Built เป็นรูปตัว U เข้ามุม หน้าบานกรุด้วยกระจกเงาสีชาทอง ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานมาครบครัน เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ช่องสำหรับติดตั้งเตาอบ ลิ้นชักต่างๆ พื้นส่วนครัวจะปูด้วยกระเบื้องขนาด 60×60  สีขาวอมครีม ส่วน TOP และผนังกันเปื้อนกรุด้วยหินควอทส์สีดำลายขาวขนาด 60×60 ซม.

ถัดเข้ามาถึงส่วน Living มุมนี้จะสามารถมองเห็นทางเข้าไปยังห้องนอน สำหรับชุดโซฟาตำแหน่งที่วางจะวางชิดกำแพงหันหน้าไปยังห้องนอน ระยะนั่งดูทีวีจากโซฟาอยู่ในระยะพอดีสายตา ไม่ไกลหรือใกล้จนเกินไป พื้นบริเวณส่วนนี้จะปูด้วยไม้เอ็นจิเนียร์ขนาด 10x60x1.5  สี Dark Oak โดยปูเป็นลายก้างปลา เพิ่มความพิเศษให้กับห้องพักอาศัย ส่วนผนังในส่วน Living นี้จะเป็นผนังฉาบเรียบแต่งผิวด้วย Wallpaper ของ Jim Thompson พร้อมตกแต่งด้วยหินอ่อนนำเข้า White Marmara หรือเทียบเท่า

ชั้นวางทีวีจะอยู่ด้านหน้าห้องนอน ตกแต่งได้สวยสไตล์ไทยโมเดิร์น สังเกตประตูห้องนอนจะสูงประมาณ 2.4 เมตร บวกกับความสูงภายในห้อง Floor to Ceiling 3 เมตร

เข้ามาภายในห้องนอนตำแหน่งของเตียงจะวางขนานกับหน้าต่าง

มองย้อนออกไปด้านนอกบริเวณ Living Room

Walk Through Closet ที่อยู่ภายในห้องนอนบริเวณด้านหน้าก่อนเข้าไปยังห้องน้ำ สามารถ Built in เป็นตู้เสื้อผ้าทั้ง 2 ฝั่ง ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องน้ำ

พื้นห้องนอนเป็นไม้เอ็นจิเนียน ส่วนพื้นในห้องน้ำเป็นกระเบื้องขนาด 40×80

เข้ามาภายในห้องน้ำ ขวามือจะเป็นตำแหน่งของ Bathtub ซึ่งจะมีอยู่ทุกยูนิต ถัดมาจะเป็นอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ ส่วนซ้ายสุดคือ Shower Box

ในส่วนอาบน้ำ (Shower Box) จะให้เป็น Rain Shower ตามในภาพนี้

อ่างอาบน้ำจะวางเข้ามุมตามภาพนี้

ห้องตัวอย่างถัดมายังเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 43.25 ตร.ม. ห้องแบบนี้จะมีความแตกต่างกับห้องที่แล้วตรงที่ขนาดที่ใหญ่กว่า และฟังก์ชั่นของห้องก็คนละแบบ ถ้าดูจาก Room Layout พื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดคงจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนที่จะอยู่ส่วนหน้าสุดพอเข้ามาภายในห้อง ส่วนห้องนอน และห้องน้ำจะถูกแยกไปไว้ด้านข้าง เข้าไปชมด้านในห้องกันครับ

เปิดประตูส่วนแรกที่จะเจอคือ Living area

ประตูจะเป็น Digital Door Lock ของ Samsung

เดินเข้ามาภายในห้องพื้นที่ด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนที่นั่งเล่นพักผ่อน ขวามือจะเป็นพื้นที่ของครัว ด้านในสุดคือห้องนอน เดี๋ยวไปชมกันทีละส่วนกันครับ

พื้นที่ของครัวจะ Built in เป็นรูปตัว U เช่นกัน โดยแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานออกเป็น 3 ด้าน ซึ่งอุปกรณ์ และวัสดุจะเหมือนกับห้องที่แล้ว รวมถึงผนังด้วยเช่นกัน

มุมชั้นวางทีวีจะอยู่ตรงตำแหน่งติดผนังบริเวณทางเข้าห้อง

ยืนอยู่บริเวณ Living Area มองย้อนไปยังประตูทางเข้า มองจากมุมนี้จะเห็นความสูงของประตูที่สูงจากพื้นถึงเพดาน สวยงามมากครับ ด้วยโทนสีของวัตดุต่างๆ ทำให้ภายในห้องดูสงบแต่มีความเย็นสดชื่นจากโทนสีไม้ภายในห้อง

ด้านหลังชุดโซฟาจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหาร และถัดเข้าไปจะเป็นห้องนอน

เข้ามาภายในห้องนอน เตียงจะถูกวางขนานกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่รับแสง และลมจากภายนอก ดูช่วงระหว่างปลายเตียงกับชั้นวางทีวียังเหลือพื้นที่สำหรับเดินเข้าออกอยู่ โดยรวมดูไม่อึดอัดเลย

มุมนี้มองไปยังทางเข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ซึ่งห้องนี้จะเหมือนกับแบบ 1 ห้องนอนที่แล้วตรง Walk Through Closet บริเวณด้านหน้าห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำอุปกรณ์ และวัสดุจะเหมือนกับห้องที่แล้วเลยครับ

อ่างอาบน้ำ ทำไมที่นี่ถึงต้องมีอ่างอาบน้ำอยู่ทุกยูนิต ก็เป็นเพราะทำเลที่ตั้งตรงนี้จะเป็นทำเลที่ชาวญี่ปุ่นมาพักอยู่อาศัยมากที่สุดในกรุงเทพฯ คนญี่ปุ่นจะมีพฤติกรรมต่างจากประเทศของเราตรงที่ พวกเค้าจะต้องแช่น้ำกันทุกคนเพื่อความผ่อนคลาย ดังนั้นทางโครงการจึงเตรียมอ่างอาบน้ำไว้เพื่อลูกค้าชาวญี่ปุ่น

นอกเหนือจากนั้นส่วนกลางที่ชั้น 7 ก็มี Horizon Onsen เป็นบ่อสองอุณหภูมิ แยกชายหญิง อยู่อีกต่างหาก ต่อไปที่นี่อาจจะมีชาวญี่ปุ่นอยู่ครึ่งๆ ก็เป็นไปได้

Shower Box ที่มาพร้อมกับ Rain Shower

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบทรงลอยซึ่งจะง่ายต่อการทำความสะอาด

Rain Shower

พื้นที่ตรงระเบียงจัดแยกเป็นระเบียบเรียบร้อย

ม่านที่นี่ก็ใช้ของ Jim Thompson

ห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน

ห้องตัวอย่างสุดท้ายจะเป็นแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 73.50 ตร.ม. ตำแหน่งของห้องแบบนี้จะเป็นตำแหน่งมุมทั้ง 4 มุมของอาคาร Layout ของห้องนี้จะไม่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมสักทีเดียว แต่ถือว่าวางได้อย่างลงตัว และแยกสัดส่วนการใช้งานภายในห้องได้อย่างชัดเจน โดยเอาส่วนครัวไว้ด้านหน้าสุดถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ของ Living Area สองส่วนที่กล่าวมาจะอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมเดียวกัน ทำให้มองเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม

ส่วนห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะถูกวางไว้ด้านข้างในสี่เหลี่ยมเดียวกัน พูดง่ายๆ เหมือนเอากล่องสี่เหลี่ยมสองกล่องมาวางต่อกัน ซึ่งทั้ง 2 กล่องมีหน้าที่การใช้งานแตกต่างกัน กล่องนึงสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ อีกส่วนไว้พักผ่อน ห้องแบบนี้จะมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จุดเด่นอีกจุดของห้องแบบนี้คือห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ อ่างล้างหน้าจะเป็น His and Her มี 2 อ่างด้วยกัน

เปิดประตูเดินผ่านพื้นที่ส่วนครัวเข้ามาจะเป็นพื้นที่ของ Living Area

ชุดโซฟาที่ตั้งบริเวณ Living Area จะสามารถวางชุดโซฟาได้ถึง 2 ตัว  1 โต๊ะกลาง

ระยะนั่งดูทีวีจากโซฟาตัวใหญ่ อยู่ในระยะห่างที่กำลังพอดี

พื้นที่ส่วนครัว ชุดครัวจะ Built in ขนานติดกับผนังเป็นรูปตัว Lบริเวณตรงกลางจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหาร

มองย้อนกลับไปทางเข้าห้อง และส่วนของครัว

ตอนนี้เดินเข้ามาถึงส่วนของห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ขวามือห้องแรกจะเป็นห้องน้ำที่ 2

ภายในห้องน้ำที่ 2 จะมี Shower Box สำหรับอาบน้ำอยู่ด้วยเช่นกัน

ภายใน Shower Box ติดตั้ง Rain Shower เหมือนทุกๆ ห้อง

เข้ามาชมภายในห้องนอนทั้ง 2 ห้องกัน

ทีเด็ดของห้องนอนใหญ่ คือกระจกเข้ามุมที่สามารถรับวิวได้ถึงสองทิศ

กระจกบานใหญ่บริเวณปลายเตียง

มุมนี้จะมองเข้าไปยังทางเข้าห้องน้ำ

อย่างที่บอกไว้เมื่อกี้ว่า จุดเด่นของห้องแบบนี้คือภายในห้องน้ำห้องนอนใหญ่จะมีอ่างล้างมือแบบ His & Her

มุมกว้างมองไปยังอ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำวางติดกระจกรับวิวจากด้านนอก

ความเป็นมา THE ESSE

คอนโดมิเนียมใหม่โครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 คอนโดมิเนียม เป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ใต้การบริหารและพัฒนาธุรกิจของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด(มหาชน) ซึ่งมีโครงการที่พัฒนามาแล้วหลายโครงการทั้ง Commercial, Residential และ Hotel แต่วันนี้จะขอพูดถึง Residential ซึ่งมีโครงการคอนโดมิเนียมที่พัฒนาภายใต้แบรนด์ ดิ เอส มาแล้วหลายโครงการ อาทิ

Residential

THE ESSE at SINGHA COMPLEX

เป็นที่พักอาศัยนิยามใหม่ของการใช้ชีวิต ที่อยู่ใน SINGHA COMPLEX Mixed Use เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี สร้างความน่าสนใจในด้านการออกแบบของอาคาร หรือจะเป็นไอเดียคอนเซปของโครงการ สิ่งอำนวยความสะดวกในแบบฉบับระดับซูเปอร์ลักชัวรี Sky Fourplex ที่นำส่วนกลางไปไว้ชั้นบนสุด ส่วนทำเลถือว่าดี และสวยมาก เพราะติดกับถนนสำคัญถึง 2 สาย อโศก และเพชรบุรี

ที่ตั้งของโครงการ THE ESSE at SINGHA COMPLEX  จะอยู่ตรงมุมสี่แยกเพชรบุรีที่ตัดกับถนนอโศก (สถานทูตญี่ปุ่นเก่า) ทำเลที่มีศักยภาพเรื่องการเดินทางโดยมีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียงถึง 3 สาย รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี | รถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก | Airport Link สถานีมักกะสันเป็นสถานีที่อยู่ใจกลางเมืองมากที่สุด เพียง 5 สถานี ถึงสุวรรณภูมิ

และยังเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินอีกด้วย และ ทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) และทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ด้วยศักยภาพที่กล่าวมาทำให้ Project นี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี THE ESSE at SINGHA COMPLEX  คอนโดสูง 39 ชั้น จำนวน 319 ยูนิต ห้องพักอาศัยเริ่ม 34.75 – 215.50 ตร.ม.

THE ESSE Asoke

สำหรับโครงการนี้ทำให้ทุกคนรับรู้ถึงชื่อ THE ESSE เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Luxury ด้วยการดีไซน์ภายนอก และภายในออกมามีจุดเด่นเฉพาะตัว ใส่ความหรูหราและทันสมัยไว้ด้วยกัน ทำให้กลุ่มลูกค้าที่สนใจมีตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงรุ่นใหญ่ เพราะทาง สิงห์ เอสเตท ได้ศึกษาทำการบ้านของตลาดคอนโดมิเนียมระดับ  Luxury มาเป็นอย่างดี และตัวที่ตั้งทำเลก็ตอบโจทย์กับกลุ่มคนเหล่านั้น เพราะอยู่ใจกลางอโศก และติดถนนใหญ่

ซึ่งในปัจจุบันที่ดินบริเวณนั้นแทบจะไม่เหลือให้ขึ้นที่พักอาศัยได้อีกแล้ว นอกเหนือจากนั้น ยังมีความพิเศษอยู่ที่การจัดวางผังอาคารแบบไม่มีห้องตรงข้าม ความสูงภายในห้อง 3 เมตร  มีความเป็นส่วนตัวเพราะมีเพียง 12 ยูนิตต่อชั้น พร้อมพื้นที่สีเขียวใหญ่ที่สุดในอโศกด้วยพื้นที่กว่า 1 ไร่  THE ESSE Asoke  เป็นคอนโดสูง 55 ชั้น จำนวน 419 ยูนิต ห้องพักอาศัยเริ่ม 37  – 195.50  ตร.ม.

โครงการทั้ง 2 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยมียอดขายเฉลี่ยทั้ง 2 โครงการแล้วกว่า 83% ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีโครงการที่กำลังจะเปิดขายบนทำเลที่เรียกว่าหาไม่ได้อีกแล้ว คอนโดมิเนียมระดับ Luxury ติดถนนใหญ่สุขุมวิท และติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ THE ESSE SUKHUMVIT 36 (โครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36)

ซึ่งโครงการ THE ESSE SUKHUMVIT 36  เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ฮ่องกง แลนด์ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากประเทศฮ่องกง ร่วมกันพัฒนาที่ดินตรงบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 36 ติดกับถนนใหญ่สุขุมวิท และติดสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ เป็นคอนโดลักชัวรีตัวล่าสุดภายใต้
แบรนด์ THE ESSE

ฮ่องกง แลนด์

บริษัท ฮ่องกง แลนด์ เป็นบริษัทลงทุนและพัฒนาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 1889 สำหรับบริษัท ฮ่องกง แลนด์ มีพื้นที่ภายใต้การบริหารส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ให้เช่าและที่พักอาศัยระดับ Luxury รวมทั้งสิ้นประมาณกว่า 800,000 ตร.ม. ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์

ดังนั้นโครงการคอนโดใหม่ THE ESSE SUKHUMVIT 36  จึงมีการเปลี่ยนแปลงจากสองโครงการก่อนหน้านี้ทั้งการออกแบบภายนอกและอื่นๆ อีกหลายจุด แต่ยังคงความเป็น Luxury บนทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทไว้

จุดเด่นงานดีไซน์

จุดเด่นสำหรับการดีไซน์ THE ESSE SUKHUMVIT 36 Condominium; ด้านสถาปัตยกรรม ก็คือ Tandem บริษัทออกแบบสัญชาติไทย ได้ทำงานร่วมกับที่ปรึกษาซึ่งเป็นสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง “SOM” Skidmore, Owings and Merrill (Thailand) Co. Ltd บริษัทสถาปนิกชื่อดังจากฝั่งอเมริกา ที่ฝากฝีมือไว้กับสถาปัตยกรรมระดับแลนด์มาร์คของโลกไว้มากมายหลายแห่ง เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความชำนาญในด้านการออกแบบอาคารพาณิชย์ อาคารสูง

พวกเขาสร้างสรรค์ตึกที่สูงที่สุดในโลกหลายตึก อย่างเช่น “จอห์นแฮนคอค์กเซนเตอร์ (1969 สูงที่สุดอันดับ 2 เมื่อสร้างเสร็จ), เซียรส์ทาวเวอร์ (1973 ตึกสูงที่สุดในโลกนานกว่า 20 ปี), บูร์จคาลิฟา (2010 ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปัจจุบัน) วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์, แมริออทเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ทรีเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ อาคารชุดแรก), เซเว่นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์, จินเหมาทาวเวอร์, สำนักงานใหญ่นาโต้, อาคารผู้โดยสาร 4 ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี SOM ได้รับรางวัลด้านคุณภาพและการคิดค้นกว่า 1,400 รางวัล ส่วนงานออกแบบ Landscape ใช้บริษัท Shma และงาน Interior ก็ได้บริษัท dwp มาดูแล

Luxury จาก 5 Iconic

นี่คือนิยามใหม่ของคอนโดระดับ Luxury จาก 5 Iconic ผสมออกมาเป็น The ESSENCE of LUXURIOUS LIVING โดยยึดเอา 5 Iconic

  • Iconic Location ทำเลอยู่ใน CBD | Prime Area | ติดถนนใหญ่ | อยู่ในระยะรถไฟฟ้าไม่เกิน 1 กิโลเมตร
  • Iconic Design – ทีมออกแบบระดับโลก | มีความ Modern กับ Heritage inspiration | เน้นพื้นที่สีเขียว
  • Iconic Space & Spec – ออกแบบด้วย Smart unit planning | เลือกใช้วัสดุอย่างดีได้มาตรฐาน | นำ Technology ใหม่เข้ามาใช้
  • Iconic Living – สัดส่วนของพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกสูงกว่าปกติ เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกัน
  • Iconic Service – ใช้ทีมมืออาชีพ และบริการระดับโรงแรม 5 ดาว

หลังจากที่ได้ดูรายละเอียดโครงการทั้งหมดแล้ว ก็ถือว่า THE ESSE 36 เป็นอีกหนึ่งคอนโดลักชัวรีที่มีความน่าสนใจมาก ทั้งในเรื่องการดีไซน์ โลเคชั่น และสภาพแวดล้อม จึงเป็นอึกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจกับการจะมีคอนโดเอาไว้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบมีคุณภาพใจกลางเมือง หากใครสนใจทางโครงการจะมี Pre-Sale วันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม และสิทธิพิเศษ โทร 1221
http://www.singhaestate.co.th//condominium/the-esse-sukhumvit36

หมายเหตุ

* ข้อมูล และภาพถ่ายต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยทางเราไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า.

CUBE Nawamin-คอนโด_G08
รีวิวคอนโดสุขุมวิท
THE ESSE SUKHUMVIT36 คอนโดหรูติดรถไฟฟ้า